Because of you#9,#10
posted on 18 Jul 2005 19:52 by nakyorusanto in My-Fictions
Chapter 9 
ห้องนั้นค่อนข้างสว่าง แสงแดดสาดส่องเข้าทางหน้าต่างที่เรียงรายอยู่รอบกำแพง ทีเตียงเพียงเตียงเดียวตั้งอยู่กลางห้องและแน่นอนว่าผู้ที่นอนไม่ได้สติอยู่คือดัมเบิลดอร์ ร่างของเขาถูกดามด้วยไม้ มีผ้าพันแผลอยู่เกือบทุกแห่ง และมีป้ายทองคำแปะไว้ข้างเตียงว่า"ห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด" ใบหน้าของเขาสงบนิ่งและซีดเซียว มักกอนนากัลมองดูเขาอย่างวิตกกังวล โบเฟตมองหน้าเธอ
"ชั้นจะออกไปรอข้างนอกนะ"เขากล่าวเบาๆ และเดินออกไป
เธอเดินเข้าไปหาดัมเบิลดอร์ด้วยร่างกายที่สั่นเทา หยดน้ำตาใสๆปริ่มล้นไหลอาบแก้มนวลสีชมพู อีกไม่กี่วินาทีต่อมาเธอก็ปล่อยโฮแบบเด็กๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมข้างเตียง กุมมือของเขาไว้ข้างแก้มนึกถึงรอยยิ้มในวันเดิมๆที่เธอ[I]เคย[/I]คบกับเขา เธอพึมพำอะไรบางอย่างเงียบๆ โบเฟตเดินเข้ามาพยุงตัวเธอพาออกไปนอกห้อง เขาปล่อยให้เธอร้องจนพอใจ
"ชั้นไปถามผู้บำบัดมา เขาบอกว่าดัมใช้ยาต่อกระดูกฉุกเฉิน......มันเป็นยาที่ค่อนข้างอันตราย คือ....ถ้า...ร่างกายรับไม่ได้ เขาก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน"โบเฟตเอ่ยเบาๆ เขาอาศัยจังหวะตอนที่เธอหันไปทางอื่นใช้หลังมือป้ายน้ำตา
โบเฟตจวนมักกอนนากัลกลับ เพราะถึงอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอยอมกลับแต่โดยดี ฟอกซ์เกาะอยู่บนบ่าของโบเฟตเงียบๆ ทั้งสามกลับด้วยกุญแจเดินทางเช่นเดิม กล่าวขอบคุณศ.ใหญ่และแยกย้ายเข้าชั้นเรียนตามปกติ
หลังจากวันนั้นเวลาล่วงเลยไปหลายวัน ไม่มีข่าวของดัมเบิลดอร์ นักเรียนปี5ต่างขมักเขม้นดูหนังสือ มักกอนนากัลใช้เวลาว่างทั้งหมดเข้าห้องสมุดเพื่อให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้น วันเวลาผ่านไปอย่างเนิ่นนาน เตียงของดัมเบิลดอร์ว่างเปล่าเช่นเคย มีเพียงข่าวการอนุมัติไล่สเตฟานออกเท่านั้น ในที่สุดวันสุดท้ายที่สอบวพรส.ก็เสร็จสิ้นท่ามกลางความโล่งใจของเด็กปี5แต่ละบ้าน ทุกคนลืมเรื่องในวันแข่งควิชดิชไปหมดแล้ว ยังมีเพียงแต่เพื่อนสนิทของดัมเบิลดอร์เท่านั้นที่คอยถามไถ่ข่าวกันและกัน แม้จะไม่มีอะไรคืบหน้าเลยก็ตาม ในตอนเย็นของวันนี้มักกอนนากัลต้องไปพบอาจารย์ประจำบ้านเรื่องการแนะนำสายอาชีพเพราะเธอเป็นคนเดียวที่ถูกเลื่อนกำหนดเนื่องจากอาจารย์ไม่ว่าง กว่าที่จะจบบทสนทนาระหว่างเธอและอาจารย์ก็เป็นเวลา3ทุ่มกว่าๆแล้ว มักกอนนากัลเดินกลับหออย่างรีบเร่งและคงทันแน่ถ้าไม่มีอะไรมาขัด
"มักกอนนากัล"เสียงเจ้าเล่ห์เยียบเย็นดังขึ้นข้างหลังเธอ
"สเตฟาน! เธอโดนไล่ออกไปแล้ว กลับมาทำไม"
"โอ๋ พูดจาไม่รักกันเลย ไงล่ะดัมเบิลดอร์มันตายไปรึยังล่ะ"สิ้นเสียงของสเตฟาน มือของมักกอนนากัลหวดเข้าที่แก้มของเขาอย่างจัง สเตฟานลูบแก้มที่ชาของเขาและมองเธอด้วยสายตามุ่งร้าย
"ไม่บอกตั้งแต่แรกว่าชอบรุนแรง"
สเตฟานเข้ากอดเธอจากข้างหลังและพยายามใช้ปากซุกไซร้คอของเธอ มักกอนนากัลรวบรวมแรงทั้งหมดดิ้นเพื่อให้พ้นจากการพันธนาการแต่ก็ไม่เป็นผล สเตฟานฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธออย่างป่าเถื่อน เธอกรีดร้องแต่ก็ถูกสวนกลับด้วยหมัดของเขา มักกอนนากัลทรุดลงไปนอนตัวงอที่พื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม ทั้งกลัว ทั้งเจ็บ ร้องเรียกดัมเบิลดอร์เสียงแผ่ว
"ยังอุตส่าห์เรียกมันอีกนะ"สเตฟานคำราม มองร่างที่สั่นระริกของเธออย่างพอใจ เขาก้มตัวลงจูบเธออย่างรุนแรงและรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างทิ่มอยู่บริเวณท้ายทอย
"อย่าทำทุเรศกับเธอ ไอ้งั่งสเตฟาน สารเลวเอ๊ย!"ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังสบถก่อนจะปล่อยคาถาสะกดนิ่งใส่ท้ายทอยของสเตฟาน แรงระเบิดจากคาถาทำให้สเตฟานไถลไปตามทางเดินเป็นระยะทางเกือบ5เมตร
มักกอนนากัลเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มคนนั้น ตาของเธอพร่ามัวมาจากความเหนื่อยล้า สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่จะสลบไปคือ 'แววตาสีฟ้าสดใส' .....
Chapter 10 
แสงแดดเจิดจ้าแห่งหน้าร้อนสาดส่องทะลุกระจกบานใหญ่ของห้องพยาบาลเข้ามากระทบใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ทำให้เขาตื่นขึ้น เขาขยี้ตาและเฝ้ามองเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียง อีกไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูของศ.มาร์เบโล่ เธอถือแก้วบรรจุน้ำสีเขียวใสมาด้วย
"ตื่นแล้วหรอจ้ะมักกอนนากัล ดื่มนี่หน่อยนะ มันจะทำให้เธอดีขึ้น"เธอพูดอย่างใจดีพร้อมกับยื่นแก้วบรรจุยามาให้ มักกอนนากัลรับมันไว้ ควันลอยกรุ่นออกมาจากแก้ว เธอกระดกมันหมดในรวดเดียว และตามมาด้วยอาการหน้าเบ้อย่างรุนแรง และยื่นแก้วคืนให้ศ.
"อ้อ เดเมลถ้าเธอหายแล้วพากลับได้เลยนะจ้ะ"ศ.พูดเสริมและเดินออกจากห้องไป
"ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก กล้ามเนื้อแค่บอบช้ำเล็กน้อย"โบเฟตกล่าวอย่างโล่งอก มักกอนนากัลย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ลูบแขนด้วยความกลัว
"ใครมาช่วยชั้นหรอ ใช่ดัมใช่มั้ย ชั้นเห็นตาสีฟ้าของเขา เขา....."มักกอนนากัลพูดรัวเร็วแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นรอยยิ้มเศร้าๆของโบเฟต เขาเงยหน้ามองเธอ
"ชั้นเอง......ที่ไปช่วยเธอ"คำพูดนี้ไหลซึมไปตามร่างกายของเธอเหมือนยาพิษ ความหวังที่ลุกโชติช่วงกลับดับมอดลงอย่างฉับพลัน เธอไม่เคยสังเกตุเลยว่าโบเฟตก็มีนัยน์ตาสีฟ้าเช่นเดียวกับดัมเบิลดอร์เพียงแต่เข้มกว่าเท่านั้น มักกอนนากัลมองมือตัวเอง หยดน้ำใสๆหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นสู่มือของเธอ 'อย่าร้องไห้ต่อหน้าใคร'เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเงียบๆในใจ เธออยากให้เขาคนนั้นมาพูดข้างๆเธออีกซักครั้ง
"ขอบคุณนะ"มักกอนนากัลกล่าวเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มที่กลบเกลื่อนความเศร้าที่อยู่ในจิตใจ
บ่ายวันนั้นมักกอนนากัลก็กลับหอได้ เธอถามโบเฟตเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนและได้คำตอบว่าเป็นเพราะสัญญานเตือนจากฟอกซ์ที่ทำให้เขารู้ว่าเธอมีอันตราย
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันประกาศรางวัลบ้านดีเด่น ระหว่างนั้นมักกอนนากัลกับโบเฟตก็ได้ไปเยี่ยมดัมเบิลดอร์อีก2ครั้งเท่านั้น เขาดูดีขึ้นจากเมื่อก่อนมาก แต่ก็ยังไม่ฟื้น
"ให้เวลาอีกหน่อย รอดตายก็นับว่าปาฏิหาริย์มากแล้ว"นั่นเป็นคำพูดของผู้บำบัดจากครั้งล่าสุดที่ไปเยี่ยม
ในที่สุดก็ถึงวันประกาศรางวัลบ้านดีเด่น ดัมเบิลดอร์ไม่ได้มาร่วมงานด้วย ผลคือกริฟฟินดอร์ชนะขาดลอย เสียงเฮดังสนั่นมาจากโต๊ะกริฟฟินดอร์ ห้องโถงถูกประดับไปด้วยธงและพู่ระบายสีแดงและทอง เสียงคำรามของสิงโตจากป้ายข้างกำแพงปะปนไปกับเสียงแสดงความยินดีของบ้านต่างๆยกเว้นสลิธีรินที่ปีนี้ได้ที่โหล่ งานเลี้ยงเริ่มต้นอย่างครื้นเครง อาหารนานาชนิดจัดวางอยู่บนโต๊ะมากมาย มักกอนนากัลตักอาหารและพยายามทำตัวให้สนุกสนานมากที่สุด แม้กระทั่งโบเฟตก็ดูเหมือนจะลืมความเศร้าไปบ้าง งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างเฮฮาโดยเฉพาะปี7ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ฉลองที่นี่
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เด็กทั้งโรงเรียนเร่งเก็บของเพราะพรุ่งนี้พวกเขาก็จะได้กลับบ้านแล้ว ผลสอบของปี 5 และปี 7จะตามไปทีหลัง โบเฟตเก็บของตัวเองเสร็จและเก็บให้ดัมเบิลดอร์ เขาฟุบหลับไปกับหีบนั่นยันเช้า เสียงอึกทึกดังมาจากห้องนั่งเล่นปลุกให้โบเฟตตื่น เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมอีกครั้ง
"โลโคมอเตอร์,หีบ"เขาพึมพำกับหีบของดัมเบิลดอร์ มันลอยนำหน้าเขาลงบันไดไป มักกอนนากัลรออยู่ข้างล่างแล้ว ทั้งคู่เดินไปตามระเบียงทางเดินเรื่อยๆจนถึงชานชาลา ดัมเบิลดอร์ยังไม่มา โบเฟตช่วยยกหีบของเธอและของดัมเบิลดอร์ขึ้นไปบนตู้ให้ มักกอนนากัลถอยหลังออกมา เฝ้ามองหาใครบางคนแต่ดูเหมือนจะไม่เห็นวี่แววเลย น้ำตาไหลซึมไปตามขอบตา
"ไหนบอกจะไม่ร้องไห้ไง"เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังเธอ และดึงเธอเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง แววตาสีฟ้าสดใสที่เฉียบคมเหมือนมองทะลุได้ทุกสิ่งจ้องเข้าไปในแววตาสีน้ำตาล ดัมเบิลดอร์กอดมักกอนนากัลแน่น เขาบรรจงก้มลงจูบเธอที่ริมฝีปากสีชมพูอย่างแผ่วเบา มันเป็นจูบที่นุ่มนวลที่สุด เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกัน
"ชั้นรักเธอนะมิเนอร์ว่า"
"เช่นกัน.....เอ่อ...อัลบัส"รอยยิ้มสดใสที่เธอต้องการปรากฏบนหน้าเด็กหนุ่มอีกครั้ง เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองวิ่งขึ้นรถไฟพร้อมกับเสียงเฮ และเสียงต้อนรับจากเพื่อนๆร่วมบ้านมากมาย รถไฟออกตัวช้าๆ รักของเขาและเธอได้เริ่มต้นอีกครั้ง.......
The End 

จบสวยสุดยอด
#1 By Book^^ (203.113.81.171) on 2005-07-19 13:34