The Best Memory#5,#6

posted on 28 Aug 2005 16:09 by nakyorusanto  in My-Fictions

Chapter 5

แฮร์รี่มองทั้งคู่อย่างตกใจ และรู้สึกได้ถึงแรงผลักของมือเล็กที่ดิ้นหลุดออกจากอกเขา 'อาเหม่ยรู้จักมัลฟอยด้วย อะไรกัน'คำถามนับพันเริ่มพรั่งพรูออกมาก เขามองมัลฟอยทีอาเหม่ยทีแต่ก็ไม่ได้คำตอบ มีเพียงอาการเหงื่อตกและใบหน้าที่ตึงเครียดของมัลฟอยเท่านั้นที่บ่งบอกว่ากำลังอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"ต้องการอะไร แล้วนายรู้จักชั้นได้ไง"มัลฟอยถามอย่างหวั่นๆ ก้าวถอยหลังมาเรื่อยๆ

"ผมเองไงครับ เมื่อ 3 ปีที่แล้วผมยังไปคฤหาสถ์อยู่เลย"ชายผู้นั้นยังพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงแบบเดิมและก้าวเดินหน้ามาเรื่อยๆ

".........ฝาแฝดลิวเดอร์"มัลฟอยพูดเรียบๆ ยืนตั้งท่าเตรียมพร้อมเสมอ

"บิงโก! เก่งจริงๆนะครับ"ชายเจ้าของร้านกล่าวชม ด้วยรอยยิ้มอันตราย

"เดี๋ยว อาเหม่ยครับ คุณบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับด้านมืดนี่"แฮร์รี่ถามอย่างแปลกใจ โดยไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลย

"จุ๊ๆ แฮร์รี่ ชั้นไม่ใช่อาเหม่ยหรอก"เขาบอกด้วยน้ำเสียงใจดีเหมือนอาเหม่ยตัวจริง

"คนนี้ชื่อลูคัส เป็นพี่ชายของลูเนียร์หรืออาเหม่ยของนายพอตเตอร์ ถึงชั้นจะไม่เคยเจอลูเนียร์แต่ก็พอเดาได้ว่าหน้าเค้าเป็นยังไง"มัลฟอยช่วยชี้แจงโดยไม่หันหน้าไปมองแฮร์รี่

"อะฮ้า! ถูกต้องทุกอย่าง งั้นเราคงคุยธุระกันได้แล้วสินะ"ชายที่ชื่อลูคัสบอกด้วยหน้าตาแจ่มใส

"ธุระอะไรของนาย เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน"มัลฟอยพูดเรียบๆและคงไว้ซึ่งความหยิ่ง

"ลืม.......ทั้งพ่อทั้งลูก เรื่องสูตรยายังไงล่ะ พ่อของคุณเบี้ยวผมหลายครั้งแล้วนา"ลูคัสเตือนสติด้วยอารมณ์ที่เริ่มเข้าใกล้ความโกรธเข้าไปทุกที

"แล้วชั้นต้องจ่ายใช่มั้ย"มัลฟอยบอกอย่างรู้ทัน หน้าเขาเริ่มซีดลงเรื่อยๆ แฮร์รี่มองมัลฟอยอย่างวิตกและรู้ได้ว่าเขาไม่มีเงินแน่นอน

"ใช่แล้ว ไม่งั้นคงต้องหนักมือหน่อยล่ะ"ลูคัสบอกด้วยน้ำเสียงใจดีแบบเก่าและเอาไม้กายสิทธิ์ออกมา มัลฟอยมองมันอย่างเตรียมพร้อมเพราะเขารู้ว่าไม่ว่าอย่างไงก็ต้องโดน

"เอาเงินชั้นไปก่อน เท่าไหร่"แฮร์รี่ออกตัวจ่ายให้โดยไม่สนใจกิริยาของอีกฝ่าย

"ไม่ได้ๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอแฮร์รี่ อย่าให้ชั้นต้องทำอะไรเธอนะ"ลูคัสบอกอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงใจดีแบบหลอกๆของเขา พร้อมกับหันหน้าไปคุยกับมัลฟอยตามเดิมปล่อยให้แฮร์รี่ที่ยืนงงและไม่สามารถทำอะไรได้

"ว่าไง เงินน่ะ 241 แกลเลียนถ้วนๆเลยนะ"ลูคัสพูดด้วยเสียงร้อนเงินอย่างเห็นได้ชัด ชำเลืองมองแฮร์รี่เป็นครั้งคราว

"ชั้นไม่มีเงินให้นาย...."มัลฟอยพูดเรียบๆ เสียงเบาแทบไม่ได้ยิน รอยยิ้มและเสียงใจดีหายไปจากใบหน้าผอมแก้มตอบอย่างรวดเร็ว

"ไม่มี? ล้อเล่นหรือเปล่าคุณมัลฟอย"สีหน้าลูคัสเริ่มเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เขาผิวปากเรียกใครซักคน และก็ได้คำตอบ ลูกน้องที่เป็นพ่อมดจำนวน3-4เดินออกมาจากร้านขวางข้างหลังทั้งสองคนไว้

"ธรุกิจก็คือธุรกิจ ตระกูลก็คือตระกูล ทราบกฏร้านชั้นดีหรือเปล่าคุณมัลฟอย ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็ต้องไปเป็นทาสรู้มั้ย เฮ้ย จัดการ"สิ้นสุดคำสั่งนั้น ลูกน้องที่อยู่ข้างหลังก็กรูเข้ามารัดตัวมัลฟอยรอบทิศไม่มีทางหนีเลย แฮร์รี่พยายามเข้าช่วย แต่เขาใช้คาถาไม่ได้ ก่อนที่เขาจะทันสังเกต ลำแสงของคาถาสะกดนิ่งก็พุ่งเข้าท้องอย่างจัง เขาสลบไปเห็นเพียงแต่ไปหน้าตื่นตระหนกของมัลฟอยแว่บเดียว

"ไอ้แว่นนี่ทำไงล่ะ"ลูกน้องของลูคัสคนหนึ่งถามขึ้น

"เอามันไปโยนหน้าบ้านมัน เดี๋ยวก็ตื่น โยนเบาๆนะ ชั้นไม่อยากให้มีเรื่อง"ลูคัสสั่งด้วยเสียงเฉียบขาด

"ส่วนไอ้เนี่ย เอามันไปทำอะไรก็ได้ ไม่มีเงินจ่ายก็แบบเนี้ย น่าสงสารต้องมารับกรรมแทนพ่อ"ลูคัสเยาะเย้ย เขาหัวเราะอย่างร้ายกาจก่อนจะเดินหายไปทางซอกตึกของตรอก ตามไปด้วยลูกน้องที่แบกร่างไร้สติของชายผมบลอนด์ร่างบาง......


Chapter 6

เปลือกตาของชายหนุ่มผมยุ่งดำกระตุกเบาๆก่อนจะเผยให้เห็นตาสีเขียวมรกต เขานอนแผ่หลาอยู่ในตรอกแคบๆซึ่งเป็นทางกลับบ้านเดอร์สลีย์ สายตาที่อ่อนล้าต่อแสงแดดยามบ่ายที่แผดเผาเพ่งมองไปรอบๆตัวอย่างงุนงงก่อนจะนึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เขากระวีกระวาดวิ่งสวนไปยังอีกทางตรงไปทางถนนใหญ่ ณ ที่ๆเป็นที่ตั้งของร้านอาหารตะวันออกแต่ไม่พบสิ่งใดๆเลย กลับกลายเป็นร้านขายเสื้อผ้าเชยๆล้าสมัยร้านหนึ่งเท่านั้น แฮร์รี่ยืนมองอย่างงุนงงถึงจะอยากช่วยแค่ไหนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย 'นายไม่เหมือนแต่ก่อนนะแฮร์รี่'เสียงในหัวทักเขาเบาๆ

"ไม่เหมือนตรงไหน ชั้นก็เหมือนเดิม นี่ไงแขน แล้วนี่ก็ขา"เขาตอบกลับกวนๆ แม้จะรู้สึกแปลกที่คู่สนทนาอีกฝ่ายเป็นตัวเอง 'นายไม่เคยเป็นห่วงใครขนาดนี้ มันไม่ใช่ความเป็นห่วงแบบที่นายให้รอนหรือเฮอร์ไมโอนี่ มันแตกต่างออกไป นายไม่รู้สึกหรอ ความรู้สึกบางอย่างของนายกำลังก่อเกิด ความรู้สึกที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ความรู้สึกที่รวมไปด้วยความหวังดี ความเป็นห่วง และความปรารถนา ความรู้สึกที่เรียกว่า"รัก" นายกำลังฝืนตัวเองอยู่ นายกำลังโกหกตัวเอง แฮร์รี่ นายโกหกตัวเอง'เสียงนั้นบอกเขาช้าๆและย้ำในคำสุดท้าย

"ไม่ ชั้นไม่ได้คิดอะไร ชั้นไม่ได้โกหกตัวเอง"เขาตอบกลับเสียงแข็ง พยายามปฏิเสธแม้จะรู้ตัวดี 'ไม่......นายกำลังมีความรัก แฮร์รี่ นายรักสลิธีรินคนนั้น'

"..............ชั้นเปล่า"แฮร์รี่เถียง แม้มันจะไม่มีผลอะไรเลยก็ตาม 'ทำตามที่ใจนายปรารถนา แฮร์รี่.....'เสียงนั้นทิ้งท้ายก่อนจะปล่อยให้เขาอยู่กับความเงียบตามลำพัง

"หึ........แล้วถ้ามันเป็นไปไม่ได้ มันจะมีความหมายอะไร"ร่างสูงเดินกลับบ้านช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่สับสน ตะวันคล้อยต่ำลงช้าๆเหมือนความหวังที่จมดิ่ง เขาก้าวผ่านธรณีประตูไปและปิดแรงๆทีหนึ่งเพื่อขจัดความคิดที่วุ่นวาย
เขาล้มตัวลงนอนบนโซฟายาวและผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว แสงแดดถูกแทนที่ด้วยความมืด บ้านต่างๆเริ่มปิดไฟเข้านอนกันแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววของมัลฟอยแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปอย่างเนิ่นนาน แฮร์รี่สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยสาเหตุบางอย่าง มีเสียงบางอย่างดังอยู่ข้างนอก แฮร์รี่เงี่ยหูฟังสักพัก และออกไปดูข้างนอก ทุกสิ่งดูสงบและไม่เปลี่ยนแปลงมีเพียงเงาดำตะคุ่มที่นอนอยู่บนพื้นเท่านั้น แฮร์รี่ล้วงไม้กายสิทธิ์ออกมาช้าๆพร้อมกับก้าวเข้าไปหาร่างนั้น แสงไฟริมถนนที่มีเพียงน้อยนิดสะท้อนกับร่างนั้นเผยให้เห็นผมบลอนด์ที่โชกไปด้วยเลือด ใบหน้าที่เคยสดใสกลับเต็มไปด้วยรอยแผลมากมาย ความรู้สึกบางอย่างเสียดแทงขึ้นมา รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก แฮร์รี่มองร่างบางช้าๆด้วยความรู้สึกผิดอยู่เต็มอกที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้

"ชั้นจะโกหกตัวเองไปเพื่ออะไร ในเมื่อปกป้องนายยังไม่ได้"แฮร์รี่พึมพำเบาๆ ตาสีเขียวมรกตที่เคยสดใสกลับขุ่นมัว ก่อนจะอุ้มร่างเล็กที่ไม่ได้สติกลับบ้าน เขาบรรจงวางร่างเล็กลงบนเตียงของเขา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทำร้ายสงบนิ่ง ผ้าผืนบางลูบไล้ไปทั่วใบหน้าเพื่อเช็ดรอยเลือด ผ้าพันแผลถูกพันไปรอบๆบาดแผลช้าๆ นึกอยากให้ความเจ็บปวดเกิดขึ้นกับเขาแทน เพียงแค่ได้เล็กน้อยก็ยังดี น้ำใสๆเอ่อนองที่ขอบตาของร่างสูงอย่างไร้เหตุผล เขาใช้แขนเสื้อเช็ดลวกๆอย่างไม่ใส่ใจ

"อย่าไหลออกมาเองสิ ไอ้น้ำตาบ้า ชั้นไม่ได้เป็นห่วงไอ้หมอนี่ซักกะหน่อย"ร่างสูงทำหน้ามุ่ยก่อนจะเช็ดตัวร่างบางเงียบๆ เสียงใบไม้พลิ้วไหวอ่อนๆทำให้ร่างสูงเคลิ้มหลับไป มือเล็กแนบอยู่กับแก้มโดยไม่ได้ตั้งใจ ลมพัดเอื่อยๆ เข้ามาทางบานหน้าต่างที่เปิดไว้ พระจันทร์ทอแสงเป็นประกายสะท้อนกับหน้าสวยเนียนของร่างบางและผมดกดำที่ปรกใบหน้าของร่างสูง นิทรายาวนานผ่านพ้นไปช้าๆก่อนที่แสงแห่งวันใหม่จะทอประกายสู่ท้องฟ้าที่หม่นหมองไปด้วยเมฆฝนหลังจากที่ไม่ได้ตกมาเกือบครึ่งเดือน ไม่นานนักสายฝนก็ร่วงกราวลงกระทบกับพื้นดินคลุ้งฝุ่นอย่างรวดเร็ว กลิ่นหญ้าแห้งถูกแทนที่ด้วยกลิ่นของฝน สายฝนสาดกระเซ็นผ่านหน้าต่างของชั้นบนเข้าไปกระทบแก้มใสของร่างบาง มัลฟอยลืมตาขึ้นช้าๆ เหม่อมองไปรอบๆตัวอย่างงุนงง เขาพยายามลุกขึ้นแต่ก็ทำไม่ค่อยสะดวกนักเมื่อมีร่างแข็งแรงนอนทับมืออยู่

"พอตเตอร์...."ร่างบางพูดเสียงเบา แววตาสลดลงเล็กน้อย 'นายนอนแบบนี้ทั้งคืนเลยหรอ'เขาคิดเงียบๆ ด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนแก้มชมพูเนียน รอยยิ้มที่อ่อนโยน มือเล็กๆลูบไล้ไปตามผมดำยุ่ง ครั้งหนึ่งที่เขาเคยอยากจะดึงมันเนื่องจากความเกลียดชัง แต่ตอนนี้เขากลับหลงใหลกับเส้นผมเหล่านี้จนไม่อาจจะละมือได้ เปลือกตาของแฮร์รี่กระพริบถี่ๆและลืมขึ้นสบกับตาสีฟ้าปนเทาซีด ทำให้เจ้าของตานั้นรีบดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว

"จะจับต่อก็ได้นะ ชั้นไม่ว่าหรอก"แฮร์รี่อมยิ้มและขยี้ผมตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงข้างๆมัลฟอย เขายื่นหัวเข้าไปหาแต่ก็ถูกมือเล็กๆผลักอย่างแรง

"โอ๊ย ไม่จับก็พูดดีๆก็ได้ ถ้าตกเตียงสมองเสื่อมจะทำไงล่ะเนี่ย"แฮร์รี่โวย ลูบหัวตัวเองช้าๆ

"หัวนายมีเหาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้ามันมาติดชั้นล่ะ แล้วถ้านายตกเตียงนะชั้นก็จะฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืนให้กับแฮร์รี่ พอตเตอร์เด็กชายผู้สมองเสื่อม ฮ่าๆๆ"มัลฟอยพูดพร้อมกับทำท่าสมองเสื่อมประกอบ แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นสายตาเศร้าๆพร้อมกับรอยยิ้มของเด็กหนุ่มร่างสูง

".....ชั้น....ขอโทษ นายโกรธหรอพอตเตอร์"มัลฟอยถามเสียงเบา แปลกใจที่แฮร์รี่ไม่โต้ตอบเหมือนทุกครั้ง แต่กลับนิ่งเฉย

"ดีใจต่างหาก....ที่เห็นนายสบายดี"ร่างสูงเงยหน้ามองร่างบางที่นั่งสะอึกกับคำพูดเมื่อครู่ ทั้งคู่นั่งเงียบไม่ได้พูดอะไรอีก จนแฮร์รี่เริ่มบทสทนาอีกครั้งในห้องครัว

"มันทำอะไรนายบ้าง"แฮร์รี่หันมาถาม โดยที่มือยังสาละวนอยู่กับแพนเค้กในกระทะ

"ซ้อม....แล้วก็ให้เก็บกวาดบาร์เถื่อนของมันให้สะอาด"มัลฟอยตอบเรียบๆเหมือนเป็นเรื่องปกติ ก้มดูแผลที่ข้อศอกที่พันไว้ด้วยผ้าพันแผลของมักเกิ้ล

"แล้วเรื่องเงินล่ะ..."แฮร์รี่ลดเสียงลงเล็กน้อย พร้อมกับชำเลืองมองชายหนุ่มผมบลอนด์

"แพนเค้กเสร็จหรือยัง หิวแล้ว"มัลฟอยตัดบท พยายามทำสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด

"มัลฟอย...."แฮร์รี่ส่งสายตาเป็นเชิงถามด้วยความเป็นห่วง แม้ร่างบางจะไม่ได้รับรู้ถึงความห่วงใยนั้นก็ตาม

"กริงกอตส์ไง"มัลฟอยตอบอย่างเสียไม่ได้

"อ๋อ...."แฮร์รี่ตอบรับ เขาบรรจงตักแพนเค้กใส่จานทั้งสองจาน และยกไปที่โต๊ะพร้อมกับโหลน้ำผึ้ง ยังไม่ทันที่อาหารจะถูกตักเข้าปาก เสียงรัวกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นแหวกความเงียบขึ้นมา มัลฟอยมองประตูหน้าบ้านอย่างระแวง

"ไอ้หนู! มาเปิดประตูเดี๋ยวนี้"เสียงของลุงเวอร์นอนดังคู่มากับเสียงรัวกริ่ง แฮร์รี่กระวีกระวาดลากมัลฟอยขึ้นชั้นบนอย่างเร่งรีบ และขังร่างบางเอาไว้ในห้อง

"นายอยู่เงียบๆนะ ลุงชั้นกลับมาแล้ว อยู่เฉยๆ เข้าใจมั้ย"แฮร์รี่พูดผ่านช่องใต้ประตู เมื่อได้ยินเสียงตอบรับกลับมาเบาๆเขาจึงรีบวิ่งลงบันไดไปเปิดประตู ใช้มือปาดเหงื่ออย่างรีบร้อน

"ทำไมแกถึงมาเปิดช้า!"ลุงเวอร์นอนเปิดบทสทนาด้วยเสียงตะคอก

"ผม...กินข้าวอยู่ฮะ"แฮร์รี่ตอบปัดๆ จับซี่โครงที่กำลังปวดแปล๊บ

"งั้นเราะ หึ แกนี่กินทีเดียวสองจานเลยรึไง"แววตามุ่งร้ายปรากฏในสายตาของลุงเวอร์นอน แฮร์รี่ยืนตัวเกร็งอยู่หน้าประตู มือที่กำอยู่กับลูกบิดเริ่มชาเล็กน้อย

"ชั้นหวังว่าแกคงไม่บังอาจเอาใครมาพักที่บ้านของลุงกับป้าแกหรอกใช่มั้ย"หนวดรูปแปรงสีฟันสั่นเทิ้มอย่างน่ากลัว ทั้งคู่ยืนจ้องกันอยู่นานจนลุงเดินเข้าไปในบ้าน แฮร์รี่พ่นลมอย่างโล่งใจ แต่เมื่อสิ้นเสียงปิดประตูหลังจากที่ป้าและดัดลีย์เข้ามาแล้ว เสียงดังโครมก็ลอยมาจากข้างบน และตามมาด้วยเสียงเล็กๆที่กำลังโอดโอย

"โป๊ะเช๊ะ! นั่นไง แกบังอาจเอาใครมาพักอยู่จริงๆด้วย เพ็ตทูเนีย ดูหลานของเธอสิ ดูว่ามันทำอะไร ดัดเดอร์สไปลากไอ้คนข้างบนมา!"ลุงเวอร์นอนพูดลอดไรฟันที่ขบแน่น รอยยิ้มร้ายกาจเหยียดยาว ใบหน้าเริ่มกลายเป็นสีม่วงเข้าไปเรื่อยๆ อีกไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างบางก็ถูกดัดลีย์ลากลงมา สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดเมื่อถูกกระแทกไปตามขั้นบันได

"ปล่อยเขา ดัดลีย์!"แฮร์รี่ตะคอก

"แกกล้าดียังไงถึงเอาคนประเภทเดียวกับแกมาพักที่นี่!!"ลุงเวอร์นอนตะคอกเสียงดังสนั่น

"เพราะเขาไม่มีบ้านอยู่ไงฮะ ผมเลยต้องดูแลเขา"แฮร์รี่เถียงเป็นฟืนเป็นไฟ ย่างสามขุมเข้าไปหาดัดลีย์พร้อมกับชูไม้กายสิทธิ์ขึ้น

"แกใช้มันไม่ได้หรอก ไม่งั้นแกก็จะถูกโยนออกมาจากไอ้สถานกักกันคนบ้านั่น"ลุงเวอร์นอนพูดอย่างเกลียดชัง

"ลุงจะลองดูก็ได้นะ"ประกายไฟแลบออกมาจากปลายไม้ทำให้เดอร์สลีย์ผงะ และเริ่มถอยกรูดเขาไปรวมกันที่โซฟายาว

"แกต้องเอามันออกไป ไม่งั้นชั้นก็จะโยนแกออกไปด้วย!"ลุงเวอร์นอนตะคอกผ่านพนักโซฟายาว

"ผมยินดีออกไป ผมจะไม่ยอมผลักไสไล่ส่งเขาไปอยู่ที่อื่นเด็ดขาด เขาอยู่ในความดูแลของผม"แฮร์รี่พูดด้วยเสียงดัง มือหนึ่งกุมไม้กายสิทธิ์ไว้ อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจับที่ข้อมือเล็กของมัลฟอยที่นั่งกุมเข่าอยู่

"แกยอมเพื่อคนๆเดียวงั้นรึ ไอ้หนู"ลุงเวอร์นอนลดเสียงลงเล็กน้อย

"เพื่อสิ่งที่ผมรัก..."เสียงของแฮร์รี่ขาดห้วงหายไป เขาก้มหน้าลงพื้น รู้สึกได้ถึงแรงกระตุกน้อยๆจากมือ

"........แกมันวิปริต วิปริตที่สุด....ออกไปให้พ้นบ้านชั้น ออกไป!!"ลุงเวอร์นอนตะโกนเสียงแหบแห้ง ไม่รอช้า แฮร์รี่เดินโครมๆขึ้นไปข้างบนโดยมีมัลฟอยที่ถูกลากตามมาขึ้นไปด้วย อีก 2 นาทีต่อมา เสียงหีบสองใบก็ถูกลากลงบันไดมาอย่างรวดเร็วและพุ่งตรงออกจากประตูบ้านไปตามถนน เสียงปิดประตูตามหลังมา

"พอตเตอร์....."มัลฟอยเรียกเบาๆ ยังคงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่

"ไม่ต้องห่วงหรอกมัลฟอย นายจะได้ไม่ต้องทนอยู่ที่นี่อีก"แฮร์รี่ตอบด้วยรอยยิ้มโล่งอก เขายืนไม้กายสิทธิ์ออกไปข้างหน้า สายสีม่วงพุ่งตรงมาจากปากทางและหยุดตรงหน้าพวกเขา

"รถเมล์อัศวินราตรีขอต้อนรับ"เสียงกวนๆของชายหนุ่มดังขึ้น

"หวัดดี สแตน"แฮร์รี่ทักด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย

"อ้า...แอร์รี่ บังเอิญจริง เที่ยวแรกเลยนะเนี่ย เผอิญว่าได้กะเช้าน่ะ"สแตนชี้ให้ดูท้องฟ้าที่เจิดจ้าด้วยแสงแดด

"ดีจังฮะ"แฮร์รี่ยิ้มและดันมัลฟอยขึ้นรถไปก่อนและตามไปทีหลัง

"ไปไหนล่ะ"สแตนถามเสียงร่าเริง

"อ่า...ตรอกไดแอกอนฮะ"สิ้นเสียงชายหนุ่มร่างสูง รถเมล์ก็พุ่งออกไปตามเส้นทางพิเศษอย่างรวดเร็วราวกับสายรุ้งสีม่วงสดซึ่งบรรทุกเพียงชาย 4 คน วิ่งไปสู่ตรอกไดแอกอนตามเส้นทางที่ทอดไปด้วยแสงแดด.....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

><
หนูเดรลูกแม่
ไปอยู่กับเจ้ารี่แล้วเป็นศรีภรรยาที่ดีนะลูก
(เดร : ยังไม่ถึงขั้นนั้นซักหน่อย ดูพูดซะ -*-)

#1 By Luscinia on 2005-08-28 18:19

กร๊ากกกกกกกหยั่งกะหนีตามกันยังไงก็ไม่ทราบ

#2 By Koki on 2005-12-04 15:56