The Best Memory#7,#8,#9,#10

posted on 02 Sep 2005 19:53 by nakyorusanto  in My-Fictions

Chapter 7

"แฮร์รี่...."เสียงของใครบางคนเรียกแฮร์รี่และปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ ดวงตาสีซีดจ้องมองเขาจากมุมบน

"ตื่นได้แล้ว นายจะหลับไปถึงปีหน้ามั้ย รถเค้ารีบไป"มัลฟอยมองหน้าเขาอย่างเซ็งๆ 'คนอะไรหลับอุตุเป็นบ้า'เขาคิดเงียบๆ

"ถึงแล้ว?"แฮร์รี่ขยี้ตาทั้งๆที่ยังไม่ถอดแว่น และนั่งงงว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขามองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นว่าข้างๆเป็นร้านหม้อใหญ่รั่ว

"เออเด่ะ เขายกของลงหมดแล้ว เหลือแต่นายเนี่ย"มัลฟอยพูดแล้วเดินหายไปทางบันไดข้างหลัง

"......มัลฟอย! เมื่อกี้นายเรียกชั้นแฮร์รี่หรือเปล่า"แฮร์รี่ตะโกนถาม นั่งกุมหัวตัวเอง

"ฮะ? เรียกนายแฮร์รี่เนี่ยนะ เปล่า เปล่าเลยนะ นายบ้าหรือเปล่าเนี่ย เพี้ยนแล้ว"มัลฟอยชะโงกหน้ามาตอบ คิ้วขมวดเป็นปมยุ่งอยู่บนใบหน้าใส ก่อนจะเดินกลับลงไปข้างล่าง

"แล้วใครเรียก....."

"จะรู้มั้ยเนี่ย ลงมาได้แล้ว"เสียงมัลฟอยบอกเขาอย่างเซ็งๆ

แฮร์รี่ลงจากรถเงียบๆ มัวแต่คิดถึงเสียงๆนั้นโดยลืมบอกขอบคุณสแตนเสียสนิท จนมัลฟอยต้องเตือน เสียงนั้นคล้ายมัลฟอยอย่างประหลาด แต่เมื่อถูกปฏิเสธเขาก็จำใจต้องเชื่ออย่างคัดค้านไม่ได้ แสงแดดขึ้นสูง อากาศร้อนเผาใบไม้ใบหญ้าจนเกรียม

"เราต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน"แฮร์รี่พูดเสียงจริงจัง พยายามหอบหิ้วกรงของเฮ็ดวิกด้วยมือข้างเดียว

"ไปถึงเมื่อไหร่ พวกเราจะอยู่ที่นี่โดยไม่มีกำหนดการจะกลับหรอ"มัลฟอยย้อนถาม ทรุดตัวลงนั่งบนหีบใบหนักอึ้งที่วางกองอยู่กับพื้น ดูกังวลกับอะไรบางอย่างที่แฮร์รี่ไม่อาจคาดเดาได้

"ใช่ นายจะทนอยู่ได้หรอ"ร่างสูงชำเลืองมองดูร่างบาง เขารู้ดีว่าคำตอบคงจะไม่ ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะมาจมปลักอยู่กับที่สกปรกและเหม็นอับอย่างร้านหม้อใหญ่รั่วได้ และโดยเฉพาะแล้ว เมื่ออยู่กับ"คนอย่างเขา" รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าของชายร่างสูงอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้สังเกตุว่าคนข้างๆแอบมองอยู่

"อืม"เสียงเล็กๆแต่มั่นคงหลุดออกมาจากบางเรียวบางในที่สุด คืนรอยยิ้มให้ร่างสูง

"ไม่ต้องดีใจหรอก ชั้นไม่ได้ทำเพื่อนาย"มัลฟอยพูดเสียงเย็น หน้าของแฮร์รี่ชาเล็กน้อย เขาหันหลังและเดินเข้าไปในร้านหม้อใหญ่รั่วอย่างรวดเร็ว และไม่หันมามองมัลฟอยอีก ทิ้งไว้แต่ความไม่สบายใจอย่างหนักกับมัลฟอย เขาพยายามหลอกตัวเองเพื่อให้ผ่านพ้นไปวันๆโดยไม่คิดที่จะให้มันเกิดขึ้นจริงๆเลยยังงั้นหรือ

"สวัสดีครับทอม"แฮร์รี่ทักเจ้าของร้านที่กำลังเช็ดบาร์ด้วยผ้าสีมอสกปรก ชายแก่หัวล้านเงยหน้า หรี่ตามองมายังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า เขายิ้มเผยให้เห็นฟันที่หลอเกือบหมดปาก

"แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ......อ้อ ยังไม่เปิดเรียนไม่ใช่หรือครับคุณพอตเตอร์"ทอมเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า ถึงจะผ่านมาเกือบ6ปีแล้วแต่ความตื่นเต้นที่ได้เห็น'เด็กชายผู้รอดชีวิต'ก็ไม่เคยจางหายไปจากแววตาของทอมเจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่วแม้แต่น้อย ผิดกับประกายที่ขุ่นมัวเมื่อชำเลืองมองร่างบางแห่งสลิธีน ไม่เพียงแต่มัลฟอยเท่านั้นที่สังเกตเห็น แฮร์รี่ก็เช่นกัน เค้าพูดแทรกระหว่างสถานการณ์ด้วยเรื่องการจองห้องพัก ไม่กี่นาทีต่อมากระเป๋าทั้งสองก็ถูกวางจัดไว้ใต้เตียงอย่างเรียบร้อย แฮร์รี่มองไปรอบๆห้อง หยากไย่ที่เกาะตามมุมห้องพลิ้วไหวไปตามสายลมอ่อนๆที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างบานผุ วิวภายนอกนั้นคลาคั่งไปด้วยผู้คนที่ล้วนแต่เป็นนักธุรกิจ เดินขวักไขว่ไปมาท่ามกลางชั่วโมงเร่งด่วน เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังไปทั่วบริเวณถนน มัลฟอยทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเก่าๆที่ถูกตัวอะไรบางอย่างกัดจนเป็นรูแต่ก็ต้องรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝุ่นตลบใหญ่ฟุ้งขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับกลิ่นอับชื้น กิริยาของมัลฟอยเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ มือของเขากุมอยู่ที่ปากและจมูกส่วนอีกมือหนึ่งก็กระชับเสื้อคลุมไว้แน่น เขาเขยิบออกห่างจากเตียงช้าๆแต่ก็สะดุดกับขอบไม้กระดานที่เผยอขึ้นมาระหว่างที่ตกใจกับบางสิ่งที่บินออกมาจากเตียง และล้มลงไปบนอ้อมอกของร่างสูงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตรงมุมห้อง

"เหวออออ..อออ!"ใบหน้าสวยซุกอยู่กับอกกว้างของร่างสูง มือทั้งสองกอดรัดรอบตัวร่างสูงแน่นทำให้เขาหายใจไม่ออก

"มั....มัล..ฟอย"แฮร์รี่ร้องอย่างอึดอัด เขาเริ่มขยับตัวช้าๆแต่เจ้าของชื่อก็ยังไม่รู้เรื่องยังคงกอดรัดแน่นขึ้นไปอีก

"พอตเตอร์ นั่นตัวอะไรอ่ะ นั่นตัวอะไร ชั้นกลัว นายไปดูหน่อยสิ"มัลฟอยสั่งทั้งที่มือก็ยังไม่ปล่อยจากการโอบรัด เขาหลับตาปี๋ หน้าตาตื่นกลัวที่สุด

"มัล..ฟ...ฟอย"

"อะไรของนายยยยย ไปดูซี่ บ่นอะไรอีกเล่า ชั้นกลัวนะเว้ย"

"นาย...ช..ช่วยปล่อย...หน่อย กะ..ก็ดี..น..นะ"แฮร์รี่พูดด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่ยักดิ้นให้หลุดทั้งที่แรงอย่างเขาก็ทำได้ เขาหายใจเข้าลึกๆทีหนึ่ง อกกว้างกระเพื่อมขึ้นช้าๆ ทำให้มัลฟอยลืมตามองภาพข้างหน้า และปล่อยมือเกือบไม่ทัน เขาถอยกรูดไปอีกฝั่งของกำแพงและมองแฮร์รี่อย่างหวาดระแวงเหมือนกับว่าแฮร์รี่เป็นฝ่ายจู่โจม

"เหอะๆ ขอบใจ"แฮร์รี่พูดเรียบๆ และเดินไปดูบริเวณเตียง เพียงไม่กี่วิตัวด๊อกซี่ก็ถูกแฮร์รี่หยิบขึ้นมากวัดแกว่งเหมือนบ่วงบาศ มันสลบไปเรียบร้อยแล้ว

"แค่ด๊อกซี่ตัวกระเปี๊ยก นายนี่กลัวอะไรไม่เข้าท่าเลย"แฮร์รี่แกว่งตัวด๊อกซี่ไปมา และขำเมื่อมัลฟอยสะดุ้งเวลาเขาทำท่าจะเหวี่ยงมันไปหาเขา

"อะ...อะไรของนาย ไม่ได้กลัวนี่"มัลฟอยเถียงแม้ว่าสายตาจะไม่ได้บอกอย่างนั้น แก้มของเขาเป็นสีชมพูระเรื่อ

"โอเค ไม่ได้กลัวก็แล้วแต่นาย วันหลังก็จับเองนะ"แฮร์รี่พูดยิ้มๆ ก่อนจะแกว่งเจ้าแมลงตัวจ้อยออกไปนอกหน้าต่างตามมาด้วยเสียง'อี๋'เบาๆ

"เราคงจะอยู่ที่นี่อีกนาน จนกว่าจะได้รับการติดต่อจากศ.ดัมเบิลดอร์"แฮร์รี่พูดด้วยเสียงขรึมๆ

"ดัมเบิลดอร์? ตาแก่บ๊องนั่นเค้าจะไม่ลืมเราไปแล้วรึ"มัลฟอยพูดด้วยเสียงยานคางแบบเซ็งๆตามแบบฉบับ

"มัลฟอย"แฮร์รี่ปรามด้วยน้ำเสียงดุ เหมือนมัลฟอยเป็นเด็กเล็กๆ เขาพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงขอโทษ แต่ก็ยังทำหน้ามุ่ยเหมือนทุกครั้งที่ถูกติ

"นายดูๆไปก็นิสัยดีนี่ ไม่เห็นต้องวางมาดเลย"แฮร์รี่จ้องมองมัลฟอยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

"ชั้นไม่ได้วางมาด นั่นนิสัยชั้น นายจะรู้อะไรพอตเตอร์ พ่อชั้นสอ..."เสียงของมัลฟอยเงียบไปเมื่อพูดถึงพ่อของเขา ความเจ็บปวดที่พ่อตัวเองถูกจับ ความแค้นที่มีต่อชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 'ฆ่าเขาซะเลยสิ เดรโก มันต้องได้รับสิ่งที่มันทำไว้ตอบแทนบ้าง'เสียงร้ายกาจดังขึ้นในหัวของมัลฟอย ทั้งยุ่งเหยิงและสับสน ทำไมเขาจึงไม่ฆ่าชายหนุ่มคนนี้ เมื่อมีโอกาสแต่เขาก็ดันปล่อยมันไป เหตุผลอะไรที่ทำให้เขาไม่ฆ่าแฮร์รี่ เหตุผลอะไรบางอย่างที่สำคัญมากจนไม่สามารถบอกใครได้ เหตุผลที่ทำให้เขาอ่อนใจต่อชายหนุ่มผมดำ ที่เอาแต่ทำหน้าทะเล้นกวนประสาท ความแค้น ความเย็นชาเริ่มระเหิดหายไปจากชายร่างบางทีละน้อย ทิฐิที่ลดลงทำให้เขาเปิดใจรับสิ่งต่างๆมากขึ้นกว่าเดิม รากเหง้าของความยโสโอหังมันหายไปหมดเพียงแค่ได้เห็นตาสีเขียวมรกตคู่นั้น ทำไมเขาถึงหวั่นไหวกับเด็กชายผู้รอดชีวิตศัตรูคู่แค้นได้ขนาดนี้ จนบางครั้งคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันไร้สาระและอยากจะก้าวหนีมันไปด้วยซ้ำ.....


Chapter 8

ทุกสิ่งดูมืดมนไปหมดเลยนะ...............................................
ไม่มีนายแล้ว มันมืดไปหมด..............................
ทั้งมืดทั้งเจ็บ............................................................
นายรู้หรือเปล่า ชั้นพยายามที่สุด............................
ที่จะให้นายหันมามองชั้น.........................................
ไม่ใช่ด้วยสายตาแบบนั้น.......................................
ไม่ใช่ด้วยสายตา...เย็นชา...แบบนั้น..............................

"แฮร์รี่.........ไม่สิ.....พอตเตอร์......."เสียงใครบางคนพึมพำเงียบๆ เป็นเสียงนุ่มและอ่อนหวานที่ไม่คุ้นเคย

"..........ขอบคุณนะ..................."เสียงนั่นแผ่วเบาราวกับขนนก ก่อนจะหายไปเหลือไว้แต่ความเงียบ ท่ามกลางค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดาวนับแสนล้านดวง

"วันนี้ดาวสวยจัง"เสียงใครคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ก่อนจะถูกกลบด้วยสายลมอ่อนที่พัดผ่านไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

"ชั้นคงจะเหมือนลมนั่น ตราบเท่าที่ยังมีนายอยู่ในนี้"มือเล็กเกาะกุมตรงหน้าอกซ้าย ค่ำคืนยาวนานผ่านไปช้าๆ ชายหนุ่มผมดำพลิกตัวไปมาบนเตียง โดยไม่รู้เลยว่าข้างๆกายเขานั่นว่างเปล่าแล้ว

แสงแดดที่ควรจะทอประกายถูกบดบังด้วยก้อนเมฆทะมึนในเช้าวันใหม่ ดูหดหู่ ลมพัดแรงกระหน่ำเหมือนสื่อถึงอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มร่างสูงกระชับเสื้อตัวหลวมโพรกให้แนบตัวแต่ก็ไม่มีทีท่าจะตื่นแม้แต่น้อย จนกระทั่งฝนหยาดสุดท้ายตกกระทบพื้น ซึ่งก็เป็นเวลาล่วงเลยเที่ยงมาแล้ว ชายหนุ่มลืมตาขึ้นช้าๆ ตาพร่าเนื่องด้วยแสงแดดแรงที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็ก ผงฝุ่นลอยไปตามแรงลมเรื่อยๆ ฟุ้งไปทั่วห้อง มือใหญ่ดันตัวลุกขึ้น...ข้างกายไม่มีใคร....

"มัลฟอย...."เสียงร้อนรนดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงถลาลงไปชั้นล่าง พบเพียงทอมเจ้าของร้านและชายแก่จมูกงองุ้มคนหนึ่งที่เค้านท์เตอร์เท่านั้น

"ทอมครับ..มัลฟอย...คุณเห็นมั้ย"แฮร์รี่ถามเสียงกระหืดกระหอบและพึ่งนึกได้ว่ายังอยู่ในชุดนอนเต็มยศ

"......มัลฟอย......ไม่ครับ ไม่ ถ้าเห็นผมจะบอกคุณพอตเตอร์เอง"ทอมตอบ สายตาหลิ่วมองแฮร์รี่ มือควานหาผ้าขี้ริ้วในลิ้นชัก แฮร์รี่มองดูเขาอยู่ซักพักเหมือนกับว่าเขาจะเฉลยว่าซ่อนมัลฟอยเอาไว้ในตู้แต่ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เขาตัดใจอย่างง่ายๆและเดินกลับขึ้นไปข้างบน ปิดประตูตามหลังเสียงดัง แฮร์รี่มองไปรอบๆห้อง หวังว่าอีกไม่กี่นาทีมัลฟอยจะเดินออกมาและพูดส่อเสียดเขาอย่างเช่นเคย 'พอตตี้งี่เง่า' 'ไอ้แว่นหัวแผลเป็น หรือแม้กระทั่ง' 'พอตเตอร์คนดัง' อะไรก็ได้ แต่มันกลับว่างเปล่า....

"ชั้นน่าจะรู้.......ชั้นน่าจะรู้ตั้งนานแล้วว่าซักวันนายจะหนีชั้นไป"มือที่เกาะกุมหน้าอกบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆจนเจ็บแปล๊บ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนฟูกแข็งกระด้าง น้ำใสๆเอ่อล้นขอบตา 'ความรักทำให้ชั้นอ่อนแอถึงขนาดนี้เลยรึไงกัน'แฮร์รี่คิดอย่างวุ่นวายก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆท่ามกลางร่องรอยความอบอุ่นจากร่างบาง

*.................................

ชายหนุ่มร่างบางเดินกระโผลกกระเผลกไปตามท้องถนนลอนดอน ตาปรืออย่างอ่อนล้า เขาทรุดตัวนั่งตรงริมฟุตบาท วางหีบใบหนักอึ้งไว้ข้างๆตัว พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำผู้คนที่มีอยู่อย่างหนาแน่นเริ่มเบาบางลงเรื่อย จนเหลือเพียงเขาอยู่ริมถนนคนเดียวเท่านั้น มัลฟอยเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเดินต่อไปได้ เขาไม่รู้จะไปไหน ไม่มีจุดหมาย ไม่มีที่อยู่... นกฮูกหิมะตัวหนึ่งบินมาเกาะไหล่เขา และไม่ใช่ใครนอกจาก 'เฮ็ดวิก'

"นายแกส่งมาหรอ........"มัลฟอยลูบขนมันเบาๆอย่างรักใคร่ เขายิ้มน้อยๆ

"แกกลับไปเถอะ ชั้นจะไม่กลับไปแล้ว"เขาพยายามอุ้มมันออกจากบ่า แต่เฮ็ดวิกไม่มีทีท่าจะขยับเลย

"กลับไปซะ เฮ็ดวิก......ชั้นขอ กลับไปซะ"ร่างบางก้มหน้างุดอยู่กับตัก ความรู้สึกต่างๆเอ่อท้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เฮ็ดวิกส่งเสียงร้องฮูกเบาๆเหมือนกับเป็นการปลอบใจ

"ชั้นไม่ควรจะซื่อสัตย์ต่อตนเองหรอก ยิ่งหลอกได้เท่าไหร่ยิ่งดี ยิ่งรักเท่าไหร่ก็ขอให้บอกว่าเกลียดมากเท่านั้น แม้มันจะเจ็บปวดแต่ชั้นก็ต้องทำ คนอย่างหมอนั่นจะเข้าใจอะไร คนอย่างหมอนั่นจะมาเข้าใจภาระของชั้นได้ยังไง"

"เธอทำเหมือนว่าภาระบนโลกนี้เป็นของเธอคนเดียว คุณมัลฟอย...."เสียงเบาสงบดังขึ้นเงียบๆข้างๆเขา ดัมเบิลดอร์นั่งอยู่ข้างๆเขาอย่างสบายอารมณ์ ตาสีฟ้าอ่อนมองท้องฟ้าเหมือนว่ากำลังค้นหาความลับอะไรบางอย่าง มัลฟอยเช็ดหน้าอย่างลวกๆด้วยแขนเสื้อ เงยหน้ามองดัมเบิลดอร์อย่างแปลกใจ

"ดัมเบิ.....อาจารย์"

"เป็นเรื่องน่ายินดีที่เธอยังจำครูได้"ดัมเบิลดอร์พูดเสียงร่าเริง ตาสีฟ้าชำเลืองมองมัลฟอยด้วยความอ่อนโยน

"อาจารย์มาได้ยังไง....."ร่างบางถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ แต่เขาก็ได้รับคำตอบจากใบหน้าที่มีรอยยิ้มของดัมเบิลดอร์

"พอตเตอร์...."

"อ้า....ใช่แล้ว แฮร์รี่เป็นคนบอกครูเอง เขาหวังดีต่อเธอ รู้มั้ย"ดัมเบิลดอร์ยังคงพูดต่อไปโดยไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่ายที่ดูไม่พอใจอย่างมากที่ดัมเบิลดอร์เข้าไปยุ่งเรื่องของเขา

"ผมไม่ต้องการ"มัลฟอยตอบเสียงแข็งกระด้าง

"แน่นอนว่าเธอต้องการ ครูรู้คุณมัลฟอย เธอกำลังโก...."

"ผมทำถูกต้องที่สุดแล้ว ผมทำในสิ่งที่ถูกที่ควร คุณไม่ควรเข้ามาสอดเรื่องนี้"มัลฟอยพูดกระแทกกระทั้น ไม่ยอมใคร

"ชั้นควรจะได้รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเด็กในปกครองของชั้น แน่นอนว่ารวมไปถึงคุณด้วย คุณมัลฟอย"ชายชราพูดด้วยเสียงเรียบสงบ ไม่สะดุ้งสะเทือนต่อเสียงใดๆที่เกิดขึ้น

"แต่...."

"ไม่มีแต่ทั้งนั้น ครูจะสั่งเธอกลับหม้อใหญ่รั่ว ตอนนี้ครูไม่มีสิทธิ์ในตัวเธอ แฮร์รี่เท่านั้น......อย่าทำหน้าแบบนั้นคุณมัลฟอย"ดัมเบิลดอร์จ้องเขาด้วยตาสีฟ้าสดใสที่ดูเหมือนจะมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง

"ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น รวมไปถึงการกลับไปอยู่กับพอตเตอร์ด้วย"มัลฟอยพูดด้วยเสียงที่พยายามปรับให้เข้มแข็งอย่างที่สุด ถึงมันจะหลอกใครๆได้แต่เขาหลอกตัวเองไม่ได้เลย ร่างบางก้มหน้าซบกับเข่าปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหลอีกครั้ง แม้ว่าจะคิดถึง แม้ว่าจะรักขนาดไหน แต่สถานะของเขาในตอนนี้ก็ทำได้เพียงแต่เดินหนีเท่านั้น ดัมเบิลดอร์มองเขาอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอื้อมมือลูบหัวเขาเบาๆท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.....


Chapter 9

"เธอต้องกลับไป เพื่ออะไรก็ตามที แต่เธอต้องกล้าเผชิญหน้ากับมันเมื่อเวลามาถึง และครูยืนยันได้ว่าเธอจะไม่ปฏิเสธมัน"ดัมเบิลดอร์พูดกับเขาเรียบๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าราวกับเขารู้ทุกสิ่ง

"แต่ผมไม่อยากกลับไป ผมรู้ว่ามันไม่ถูก ผมจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น"มัลฟอยพูดเสียงหนักแน่น แม้ว่าหน้ายังก้มต่ำและไม่กล้าสบตากับดัมเบิลดอร์

"แล้วเธอจะต่อสู้กับสิ่งที่ตรงนี้มันเรียกร้องงั้นหรือ......คุณมัลฟอย"ดัมเบิลดอร์ถามด้วยน้ำเสียงฉงน นิ้วเรียวยาวชี้อยู่บริเวณหน้าอกซ้ายของมัลฟอย

".......กลับไปหาแฮร์รี่ซะ เขากำลังคอยเธออยู่ ครูเชื่อ"ชายชราเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่กลาดเกลื่อนไปด้วยดาวอีกครั้ง

"อาจารย์ไม่รู้หรอกว่าผมจะเป็นยังไงถ้าพ่อผม....."

"ลูเซียสจะไม่มีวันรู้ถ้าเธอไม่บอกเขา"ดัมเบิลดอร์ขัด รอยยิ้มที่สงบปรากฏบนใบหน้าที่ดูชราแต่อบอุ่น เขาจับไหล่มัลฟอยและหันมามองเด็กหนุ่มผมบลอนด์

"เธอไม่ปรารถนาความอบอุ่นจากชั้น แต่เธอปรารถนาความอบอุ่นจากใครบางคนอยู่ การหลอกตัวเองไม่ส่งผลดีอะไรถ้าใจมันขัดแย้ง แล้วเธอยังจะเถียงครูอีกหรือเปล่าว่า เธอไม่ได้คิดอะไร เธอยังจะเถียงอีกหรือว่าเธอเกลียดคนๆนั้นมากมาย บางทีเธออาจจะพูดว่าเธอเกลียด แต่ว่าในใจเธอ ความเกลียดมันมีมากกว่าความรักแค่ไหน เธอกล้าบอกได้มั้ยว่าเธอ ไม่ได้คิดอะไรกับเขาคนนั้นเลย เธอกล้าบอกแบบนั้นหรือเปล่าถ้าตรงนี้ของเธอยังเต้นอยู่ทุกครั้งที่ได้รับสัมผัสจากใครคนนั้น"ดัมเบิลดอร์พูดด้วยเสียงเบา มือเรียวยาวเลื่อนไปแนบกับอกข้างซ้ายของเด็กหนุ่มอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับรู้ถึงความอบอุ่นจากดัมเบิลดอร์ ชายชราที่เขารังเกียจมาตลอด ชายชราที่เขาพยายามทำตัวดูหมิ่น ด่าว่าสารพัด โดยไม่เคยรับรู้ถึงความอ่อนโยนและใจดีของชายชราคนนี้เลย รอยยิ้มอันอบอุ่นที่เขามีให้ลูกศิษย์เป็นสิ่งพิสูจน์ได้ว่าเขาคิดผิดมาตลอด

"เอาล่ะ.....ครูคิดว่าครูให้เวลาเธอตัดสินใจมามากพอแล้วล่ะ.......เธอจะกลับไปหรือเปล่า"ดัมเบิลดอร์ยืดตัวขึ้นตรง และมองหนุ่มผมบลอนด์ตาไม่กระพริบราวกับว่าเขาก็กำลังลุ้นกับคำตอบเช่นกัน

"ครับ"คำเพียงคำเดียวที่ออกมาจากปากของร่างบางทำให้เกิดรอยยิ้มกับชายชราได้อย่างง่ายดาย ดัมเบิลดอร์พาเขาเดินไปตามทางเดินมุ่งไปตามซอกเล็กๆแห่งหนึ่ง กลิ่นอับชื้นลอยฟุ้งไปตามทางเปลี่ยว มัลฟอยกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้นด้วยความชินเมื่อเจอสิ่งสกปรก และเดินตามดัมเบิลดอร์ไปเงียบๆโดยไม่ได้ถามอะไร เวลาผ่านไปประมาณ5นาที ทั้งคู่ก็มาหยุดยืนอยู่ที่ประตูโทรมๆบานหนึ่ง สีถลอกจนดูเหมือนว่าเคยทาไปครั้งสุดท้ายราวๆ10ปีที่แล้ว ดัมเบิลดอร์รัวข้อนิ้วลงบนประตูอย่างไม่เกรงใจว่าคนในบ้านจะตื่นเพราะเวลาตอนนี้ต้องเลยตี1มาแล้ว ด้วยเวลาเพียงชั่วอึดใจ เสียงแหบๆก็เล็ดลอดผ่านออกมา แสดงให้เห็นว่า เจ้าของบ้านถูกปลุกเรียบร้อยแล้ว

"ใครกันวะ ดึกป่านนี้ยังจะมาเคาะอยู่ได้"เสียงแหบๆพร่ำบ่นไม่หยุดปาก เสียงคลิกดังขึ้นเบาๆสองสามครั้งก่อนที่บานประตูจะเปิดออก

"อ้า....อ..คุณอัลบัสนั่นเอง รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ้งใจเหลือเกิน ผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณจะมา มีธุระอะไรหรือครับ ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายมืดแล้วนะ..."ชายผอมแก้มตอบพูดเหมือนท่องบทแต่ก็หยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นมัลฟอยที่ยืนนิ่งหน้าประตู

"ม.ม..มีธุระอะไรหรือครับ"

"ชั้นคิดว่าเธอคงจะมีเงินพอให้ชั้นยืมนะ ลูคัส"ดัมเบิลดอร์พูดเสียงเข้ม สายตาจับจ้องอยู่ที่ลูคัสอย่างเยือกเย็น

"ง..ง..เงินหรือครับ"

"ใช่ เธอฟังไม่ผิดหรอก ชั้นคิดว่าเธอคงมีให้ชั้นซัก 250 แกลเลียน ใช่มั้ย"ดัมเบิลดอร์พูดด้วยเสียงยานๆแบบมัลฟอย กลอกตาไปมาและมาหยุดอยู่ที่ลูคัสอีกครั้ง ชายแก้มตอบก้มงกๆและวิ่งเข้าไปในบ้านและกลับมาพร้อมกับถุงเงินสีดำฝุ่นเขรอะหนึ่งใบ เสียงโลหะดังกระทบแสดงให้เห็นว่ามีเงินพอสมควรข้างในนั้น ลูคัสแก้ปากเชือกอย่างงกๆงันๆก่อนจะเทเหรียญแกลเลียนออกมากำหนึ่งและยื่นให้ดัมเบิลดอร์

"ผ..ผมคิดว่ามันคงจะพอนะครับ"ลูคัสกลืนน้ำลายและทำสีหน้าเหมือนว่าไม่อยากจะเสียมันไป เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะปล่อยเหรียญทั้งหมดลงไปสู่มือของดัมเบิลดอร์ ชายชรานับอย่างใจเย็นก่อนจะทำในสิ่งที่ลูคัสตะลึงยิ่งกว่าเก่า ดัมเบิลดอร์เทเหรียญลงไปในมือของหนุ่มผมบลอนด์ที่ยืนงง

"อา...ชั้นคืนให้9เหรียญนะ แล้วก็เงินที่ยืมมาไปทวงเอากับลูเซียสละกัน แล้วก็....อย่ายุ่งกับเดรโก เค้าไม่ใช่ลูกหนี้ของเธอ ถ้าเธอพยายามบังคับเขาอีก ชั้นคงจะไม่ยกโทษให้อีกครั้งแน่ๆ ขอบใจนะ"ดัมเบิลดอร์พูดด้วยเสียงคมกริบก่อนจะหันหลังกลับ พามัลฟอยเดินตรงไปอีกด้านหนึ่ง ทั้งคู่เดินเท้ามาตลอด ดัมเบิลดอร์ไม่มีทีท่าเหนื่อยซักนิด ยังคงเดินผ่านทะลุไปตามซอยต่างๆโดยมีมัลฟอยเดินลากขาตามไปห่างๆ จนในที่สุดทั้งคู่ก็มายืนอยู่หน้าร้านหม้อใหญ่รั่วอีกครั้ง ดัมเบิลดอร์เดินนำเข้าไป ในร้านไม่มีใครนอกจากทอมเจ้าของร้านที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ภายใต้แสงเทียนตรงเค้านท์เตอร์ และเด็กหนุ่มผมดำที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ มัลฟอยมองเขาอย่างเจ็บปวดก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ดัมเบิลดอร์แกล้งกระแอมทีหนึ่งจึงปลุกให้แฮร์รี่ตื่นจากนิทรา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองภาพข้างหน้า ชั่ววูบหนึ่งที่เกิดรอยยิ้มแต่แล้วก็เหลือเพียงความว่างเปล่าและปวดร้าวบนใบหน้าของร่างสูง

"ชั้นกลับมาแล้ว"ร่างบางเอ่ยเงียบๆ ดัมเบิลดอร์เดินไปสมทบกับทอมที่เค้านท์เตอร์คอยดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

"นายกลับมาทำไม อยากไปไม่ใช่หรอ เกลียดชั้นแล้วกลับมาทำไม"แฮร์รี่พูดเสียงแข็งจ้องมัลฟอยตาเขม็งแต่ไม่ใช่ความรู้สึกโกรธแม้แต่น้อย

"นายหมายความว่าไง พอตเตอร์"มัลฟอยถามอย่างประหลาดใจ

"หมายความตามนั้นแหล่ะ อย่ามาทำเป็นไม่เข้าใจเลย นายจะไปไหนก็ตามใจเลยสิคราวนี้ หนีจากชั้นไปเลยสิ"แฮร์รี่พูดประชดเพียงเพื่อทำให้เขารู้สึกดีขึ้นจากเรื่องราวต่างๆเพียงเท่านั้น

"นาย....ไม่ได้อยากให้ชั้นกลับมางั้นหรอ"มัลฟอยถามเสียงสั่น ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง ความหวังที่เขาตั้งไว้ตลอดที่จะได้โผเข้าสู่อ้อมกอดของใครซักคนนั่นดับสูญเมื่อได้รู้ว่าคนๆนั้นไม่ได้ต้องการเขาอีกแล้ว

"ชั้นคิดว่าซักวันนายก็จะเข้าใจชั้น และชั้นก็หวังว่าซักวันนายจะมองชั้นด้วยสายตาแบบอื่น ชั้นเกลียดสายตาเย็นชาแบบนั้นมากที่สุดรู้มั้ยมัลฟอย แต่พอเป็นของนายชั้นกลับเกลียดมันไม่ลง จนวันหนึ่ง วันที่ความหวังของชั้นมันสิ้นสุด นายก็หายไป"แฮร์รี่มองเขาจากทางด้านหลัง ก่อนจะก้มหน้าฟุบลงกับแขน

"ชั้นขอโทษ....ชั้นเอาแต่ใจตัวเอง ขอโทษแฮร์รี่"มัลฟอยพูดเสียงเบา

"นายไม่ควรมาเรียกชื่อสกปรกของชั้นหรอก ไปซะเถอะ มัลฟอย อย่ามาทนอยู่กับชั้นเลย ความหวังของชั้นมันสิ้นสุดลงแล้ว"แฮร์รี่เดินปึงปังออกไปและไม่กลับเข้ามาอีก มัลฟอยล้มตัวลงนั่งกับพื้นอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มช้าๆ ซึมซับถึงความงี่เง่าของตัวเอง ทิฐิที่ปิดกั้นทุกอย่าง ทิฐิที่ปิดกั้นความอ่อนโยนของคนที่เขารักมาตลอด

"นี่คือเวลาที่พวกเธอจะได้ทบทวน"ดัมเบิลดอร์ลูบหัวเขาเบาๆก่อนจะเดินขึ้นไปข้างบนโดยมีทอมเดินตามหลังเขาไป

"เราจะไม่ช่วยพวกเขาหรอครับท่าน"ทอมถามด้วยเสียงกระซิบ

"นี่คือเวลาสำคัญที่พวกเขาจะได้รู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง พวกเขาต้องก้าวข้ามกำแพงนี่ไปได้ด้วยตนเอง คนๆหนึ่งบอกชั้นเสมอ"ดัมเบิลดอร์ยิ้มก่อนจะก้าวยาวๆขึ้นห้องไป.....


Chapter 10

ลมพัดอื้ออึงอยู่ข้างนอกบ่งบอกว่าจะมีพายุฝนในไม่ช้า เด็กหนุ่มผมดำนั่งคุดอยู่ในตรอกเล็กๆ สาละวนอยู่กับการปาดน้ำตา

"หยุดซักที จะพัดไปถึงไหน"แฮร์รี่เอ่ยถามขึ้นมาลอยๆแม้จะรู้ว่ายังไงก็คงไม่มีคำตอบจากสิ่งที่เขาถาม

"แฮร์รี่ มาอยู่นี่เอง"ดัมเบิลดอร์เดินมาเงียบๆ เสื้อคลุมปลิวสะบัดตามแรงลม เขานั่งลงข้างๆแฮร์รี่ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดสนิท

"ทำไมไม่เข้าไปล่ะ เธอจะไม่สบายเอานะ ชั้นคิดว่าฝนคงไม่เว้นให้เธอไม่เป็นหวัดหรอก"ดัมเบิลดอร์ยิ้มก่อนจะหันมามองเขา ตาสีฟ้าเป็นประกายอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว อีกไม่นานนักวันใหม่ก็จะเริ่มต้น อีกไม่นานทุกอย่างก็จะสิ้น สุดลง

"อาจารย์ครับ ทำไมคนเราถึงชอบทำในสิ่งที่ขัดใจตัวเองล่ะฮะ"แฮร์รี่ถาม สายตาเหม่อลอย มองออกไปไกลแสนไกล

"ครูก็ไม่รู้หรอกนะ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี อาจจะเป็นเพราะว่า เขาไม่อยากถลำลึกไปกับความสิ้นหวังล่ะมั้ง อืม...ให้พูดยังไงดีล่ะ มันเหมือนกับการที่เธอหยั่งใจใครคนหนึ่งนั่นแหล่ะ หรืออีกในแง่หนึ่งก็คือปิดบังความรู้สึกบอบบางภายในจิตใจ ไม่ให้มันทำร้ายตนเองอีก"ดัมเบิลดอร์กล่าวเรียบๆ หน้าตาครุ่นคิดแต่รอยยิ้มอบอุ่นยังคงอยู่

"ถึงการบอกไปจะสุขกว่าน่ะหรอฮะ"แฮร์รี่ซักต่อ เขาดูเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆในโลกกว้างเท่านั้นเมื่ออยู่กับชายชราคนนี้

"ถึงบอกไปจะมีความสุขกว่าไม่ได้บอก แต่ถ้าวันหนึ่งมันไม่เป็นไปแบบนั้นตลอดล่ะ เธอจะไม่เจ็บกว่าหรอ บางครั้งการหลอกตัวเองก็เป็นผลดีนะ แต่ในแง่ของความทุกข์เท่านั้นแหล่ะ"ดัมเบิลดอร์พูดคลอไปกับลม แฮร์รี่ฟังอาจารย์ใหญ่พูด ถึงเขาจะไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่ก็พอจะจับใจความได้ แต่นั่นก็ทำให้เขาคิดมากขึ้นไปอีก

"เธอเคยได้ยินมั้ยว่า กาลเวลาพิสูจน์ทุกอย่าง"ชายชราถามเขา

"เคยครับ"

"แน่สินะ กาลเวลาเป็นตัวบ่งบอกทุกอย่างเสมอแหล่ะ สักวันเธอจะเข้าใจ......จะเข้าใจมันดีขึ้นเอง หน้าที่ของเธอตอนนี้คือการทบทวน ค้นหาความรู้สึกที่แท้จริงในใจของเธอ ค้นหาว่าสิ่งที่แท้จริงแล้วที่เธอควรจะทำในตอนนี้มากที่สุดคืออะไร ระหว่าง เผชิญหน้า หรือ วิ่งหนี"ดัมเบิลดอร์พูดด้วยเสียงหนักแน่น ดูอบอุ่น เขาตบหลังแฮร์รี่เบาๆ

"เวลานี้เธอควรทำอะไรแฮร์รี่ ทิฐิหรือเปล่าที่เธอกำลังปล่อยให้มันขัดขวางความรู้สึกดีๆที่เธอมีให้กับ......มัลฟอย ถูกแล้วหรอที่เธอวิ่งหนีเขา ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับเธอ คิดให้ดีนะ ไม่มีใครบังคับเธอแฮร์รี่ แต่ชั้นก็แค่....อยากให้เธอทำแค่นั้นแหล่ะ"ดัมเบิลดอร์ยิ้มก่อนจะหลิ่วตาให้ แฮร์รี่นั่งนิ่งอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นและวิ่งฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปรานี เขากระแทกประตูร้านหม้อใหญ่รั่วเข้าไปอย่างรีบร้อน ก่อนจะกระโดดขึ้นบันไดไปทีละสามขั้น

"เดรโก!"แฮร์รี่กระโจนเข้าไปในห้องที่เขาพักกับมัลฟอย เด็กหนุ่มผมบลอนด์เก็บกระเป๋าอยู่เงียบๆ เขาหันมามองแฮร์รี่ช้าๆ คราบน้ำตาเหือดแห้งเป็นรอยอยู่บนแก้มใส ตาสีฟ้าอมเทาซีดคู่นั้นไม่มีความรู้สึกใดๆอีกนอกจากความเย็นชา

"เดรโก.....นายจะไปไหน"แฮร์รี่ถาม มองการกระทำของมัลฟอยอย่างสับสน มือเล็กเรียวหยิบเสื้อผ้าที่กองบนเตียงยัดเข้าหีบโดยไม่สนใจจะพับมัน มัลฟอยไม่ตอบอะไร เพียงแต่มองเหม่อลอยไปยังกองเสื้อผ้า สีหน้าสงบนิ่ง

"นายจะไปจากชั้นงั้นหรอ นายจะเดินหนีชั้นไปอีกแล้วหรอ"แฮร์รี่เดินเขาไปจับมือเล็กแน่น หัวใจบีบรัดอยู่ในอก

"นายให้ชั้นไป"คำพูดสั้นๆออกมาจากปากที่แห้งผากของร่างบาง ก่อนจะบิดข้อมือให้พ้นจากพันธนาการและเริ่มเก็บของต่ออย่างไม่ใส่ใจ

"ไม่เดรโก ชั้นไม่ได้อยากให้นายไปซักหน่อย นายอยู่กับชั้นนะ"เสียงของร่างสูงสั่นเครือ เขาไม่น่าทำแบบนี้เลย ไม่รู้เลยว่าทำร้ายจิตใจคนที่สำคัญกับเขามากขนาดไหน เขาพยายามจะรวบข้อมือของร่างเล็กให้ได้อีกครั้ง

"นายให้ชั้นไปเองนี่ นายไล่ชั้น....นายไม่ต้องการชั้นแล้ว...นายไล่ชั้นเองนะ....นายไล่ชั้น..........."เสียงของมัลฟอยถูกกลืนหายไปกับเสียงสะอื้น หยดน้ำตาใสพรั่งพรูออกจากตาสีซีด เข่าอ่อนและทรุดลง แฮร์รี่รับร่างนั้นไว้ในอ้อมอกก่อนจะกอดเข้าไว้แนบกับกาย

"ชั้นขอโทษ เดรโก ชั้นขอโทษ ชั้นจะไม่ไล่นายแล้ว นายอย่าไปไหนนะ นายอยู่กับชั้นนะเดรโก อยู่กับชั้นนะ"แฮร์รี่พร่ำบอกคนที่อยู่ตรงหน้าเขา อ้อมแขนกระชับขึ้น เขาทำอะไรลงไป เขาทำร้ายสิ่งที่เขารักเพียงเพราะความน้อยใจ แค่นั้นเองหรือ เพียงเพราะสิ่งที่เขาต้องการให้มัลฟอยรับรู้ความรู้สึกของเขา ความรู้สึกเดียวดายแค่เพียงเท่านั้น โดยไม่ได้นึกถึงเลยว่าคนๆนั้นก็เจ็บไม่แพ้เขา

"ชั้นจะไม่ให้นายไปไหนแล้ว นายอยู่กับชั้นนะ นะเดรโก"หยดน้ำตาไหลซึมไปตามขอบตาสีเขียวมรกต ซึมซับความเจ็บปวดที่ท่วมท้น เขาพร้อมที่จะปกป้องคนๆนี้ไม่ว่าเขาจะต้องสูญเสียทุกอย่าง

"ชั้นจะไม่ปล่อยนายไปอีกเดรโก ชั้นจะไม่ทำร้ายนายอีก"แฮร์รี่สัญญากับคนสำคัญของเขาที่ได้แต่นิ่งฟังอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่น ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับจากใคร ตาสีซีดค่อยๆปิดลงอย่างมีความสุข

"นายอยู่กับชั้นนะ เราจะอยู่ด้วยกันนะ"แฮร์รี่พูดอย่างมีความสุข มัลฟอยไม่ตอบอะไร แฮร์รี่ปล่อยร่างบางออกจากอก ก่อนจะรู้ได้ถึงน้ำหนักที่ทิ้งลงมา หัวใจของแฮร์รี่เบาโหวง หน้าซีดไร้เลือดของเด็กหนุ่มผลบลอนด์บ่งบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้รับรู้สิ่งใดๆนานแล้ว......

* 111222 *


edit @ 2005/09/02 20:01:08

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

><
อ่านตอนนี้แล้วหัวใจแทบไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม
โอ้ เดรโกลูกแม่ TToTT

P.S. เคียวจังมี program แต่งเรื่องใหม่หรือยังอะจ้ะ ^^

#1 By Luscinia on 2005-09-02 20:06

โอววว ซึ้งเหลือเกินน้องเอ๋ย
ไม่น่าเชื่อตาหยิ่งอย่างเดรโกจะเป็นได้ขนาดนี้ เหอๆๆๆ
สู้ๆๆแต่งต่อไปเถิดบีจ๋า พี่อยากอ่านต่อ

#2 By guinevere (202.44.135.242 /unknown) on 2005-09-08 14:55