The Best Memory#11,#12,#13,#14 [The End]
posted on 04 Sep 2005 19:46 by nakyorusanto in My-FictionsChapter 11
"เดรโก.....นายหลับหรอ"แฮร์รี่กระซิบข้างหูของร่างเล็กเบาๆ ปากแห้งผาก เขาค่อยๆจับแก้มเนียนใสช้าๆ มันเย็นชืดอย่างน่าตกใจ
"เดรโก เลิกอำได้แล้ว ชั้นจะไม่ทิ้งนายไปไหนแล้วนะ ฟังอยู่หรือเปล่า เดรโก"แฮร์รี่พูดเสียงสั่นเครือ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นมากขึ้นกว่าเดิมเหมือนกลัวว่าคนๆนี้จะหายไป
".....นาย.....ไปไหน...เดรโก"แฮร์รี่ก้มลงซุกหน้ากับเรือนผมบลอนด์นุ่ม น้ำตาหยดใสๆไหลจากตาสีเขียวมรกต ร่วงลงสู่เปลือกตาของร่างบางที่ปิดสนิท ชั่วเวลานั้น ร่างในอ้อมแขนเริ่มกระตุกอย่างรุนแรง แขนและขาเริ่มเกร็งแข็ง ข้อมือปูดโปนเป็นร้อยเส้นเอ็น แฮร์รี่มองร่างของมัลฟอยอย่างตกใจ เขาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองจนร่างนั้นแน่นิ่งไปอีกครั้ง แฮร์รี่กอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน
"เดรโกกกกกกกก"แฮร์รี่ตะโกนก้อง หยดน้ำตาเริ่มพรั่งพรูอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ รู้สึกปวดแปล๊บในหัวใจ
"นายอย่าทิ้งชั้นไปนะ เดรโก ชั้นขอโทษ นายอย่าเป็นอะไรนะ เดรโก ชั้นรักนายนะ"แฮร์รี่คร่ำครวญบอกมัลฟอย บอกในสิ่งที่เขารู้สึกมานาน บอกว่าชายตรงหน้าเขาสำคัญกับเขามากแค่ไหน บอกว่ารักมากมาย บอกทุกอย่างที่สิ่งสำคัญกับร่างที่ไม่รับรู้อะไรแล้ว...
"ชั้นน่าจะบอกนายเร็วกว่านี้ ชั้นรักนาย รักมาก นายอยู่ฟังคำนี้ก่อนเถอะนะ"ร่างสูงระบายความรู้สึกที่ปิดกั้นมาในใจ หลายเดือนที่มีโอกาส หลายเดือนที่เขาพยายามแสดงให้คนๆนี้ได้รู้ แต่เมื่อถึงเวลานั้น คนๆนั้นกลับ...
"เกิดอะไรขึ้นแฮร์รี่"ดัมเบิลดอร์ผลุนผลันเข้ามาในห้อง สายตาเลื่อนจากใบหน้าของแฮร์รี่ไปยังใบหน้าซีดเซียวที่อยู่ในอ้อมอก ดัมเบิลดอร์ทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวแตะแก้มใสเบาๆ สีหน้าของเขาสลด บ่งบอกอะไรบางอย่างที่แฮร์รี่ไม่อยากจะฟัง
"เขาอาการแย่มากแฮร์รี่ ครูจะตามเซเวอรัสกับป็อปปี้มาที่นี่อย่างเร็วที่สุด"ดัมเบิลดอร์เอ่ยเรียบๆพร้อมกับหมุนตัวตรงไปยังประตู
"แต่อาจารย์ครับ ทำไมเราไม่ไปเซนต์มังโก ผมว่า..."
"วันนี้ผู้บำบัดประชุมสภาผู้วิเศษลับแฮร์รี่ ไม่มีผู้บำบัดคนไหนอยู่รักษาเลย นี่เป็นข่าวร้ายจริงๆ ดูแลเขาให้ดีระหว่างที่ครูไปตามอาจารย์ทั้งสองคน"ดัมเบิลดอร์กำชับสีหน้าเครียดก่อนจะออกจากห้องไป แฮร์รี่อุ้มร่างบางขึ้นและบรรจงวางบนเตียง เฝ้ามองใบหน้าสวยราวกับต้องมนตร์
"นายจะไม่เป็นไร ศ.ดัมเบิลดอร์ไปตามอาจารย์มาแล้ว อดทนหน่อยนะ"ร่างสูงยิ้มให้ใบหน้าซีดนั้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะนั่งรอบนเตียงเงียบๆ มือป้ายน้ำตาพร้อมกับมองดูไปทางประตู อึดใจต่อมาเสนปก็เดินสะบัดผ้าคลุมมาพร้อมกับมาดามพรอมฟรีย์ที่สีหน้าดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินเข้าไปหาร่างมัลฟอย จ้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองแฮร์รี่และเม้มปาก
"อาการแย่จริงๆค่ะ"เธอพูดกับดัมเบิลดอร์ที่พึ่งเดินเข้ามา
"พอตเตอร์ ทำไมเธอถึงปล่อยให้มัลฟอยเป็นแบบนี้"เสนปปรายตามองอย่างหาเรื่อง
"เซเวอรัส..."ดัมเบิลดอร์เอ่ยเบาๆ ทำให้เสนปต้องเงียบปากอย่างเสียไม่ได้
"ถอยก่อนจ้ะ พอตเตอร์"มาดามพูดเร็วๆก่อนจะถือหีบไม้แทรกเข้าไปข้างๆเตียง เสียงกริ๊กดังขึ้นครั้งหนึ่งก่อนที่จะเผยให้เห็นควันสีขาวที่พวยพุ่งออกจากหีบ มาดามเลือกเอาขวดยาเล็กๆที่บรรจุน้ำยาสีใสขึ้นมา เธอรินใส่แก้วเล็กๆ
"ช่วยครูหน่อย พอตเตอร์ จับเขาอ้าปาก"มาดามพรอมฟรีย์สั่ง แฮร์รี่ทำทุกอย่างที่เขาสามารถจะทำได้ เพื่อช่วยคนสำคัญของเขา ยาใสๆถูกรินผ่านลำคอของมัลฟอยลงไปช้าๆ ร่างนั้นกระตุกเบาๆก่อนจะนิ่งเหมือนเดิม
"ไม่ได้กินอะไรเลย....ครึ่งวันก็แย่แล้วนะ ตัวเล็กแบบนี้"มาดามบ่นหน้าซีด เหงื่อเม็ดพราวไหลไปตามใบหน้า
"ความผิดของผม ที่ไม่ได้ให้เขาทานอะไรตอนที่ไปตามหาเขา ทั้งที่เรามีเวลา ผมละเลยเรื่องสำคัญไปทำให้เกิดเรื่องยุ่งแท้ๆ"ดัมเบิลดอร์มองไปยังร่างของมัลฟอยที่หน้าเริ่มมีเลือดเล็กน้อย
"ไม่ใช่ความผิดท่านหรอกค่ะ ถึงมีอาหารตั้งอยู่ข้างหน้าก็คงไม่ทานอะไรหรอก.....สุขภาพจิตเขาเหมือนว่าได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างรุนแรง เมื่อรวมกับเรื่องของลูเซียสแล้ว อาการก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ตอนนี้ก็ให้ยาบำรุงไปบ้างแล้ว"มาดามพรอมฟรีย์เล่าอาการอย่างละเอียด เหมือนมีอะไรบางอย่างตบหน้าแฮร์รี่แรงๆทีหนึ่ง เขาลืมสนิทว่ามัลฟอยมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ไม่น้อย....แต่เขากลับซ้ำเติมมันอีก
"ชั้นมันโง่ที่สุดเลย!"แฮร์รี่ด่าตัวเอง ก่อนจะทึ้งผมด้วยความโมโห ดัมเบิลดอร์เดินเข้ามาจับแขนเขาและรั้งไว้
"อย่าโทษตัวเองแฮร์รี่"ดัมเบิลดอร์พูดเสียงเหนื่อยอ่อน
"การกระทำของเธอไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นมาหรอก หัดอยู่นิ่งๆเงียบๆซะบ้าง..."เสนปเอ่ยเสียงดังจนเกือบจะตะโกน ดวงตาดำมันจ้องมองเขาด้วยความโมโห
"ฟังศ.เสนปแฮร์รี่ มัลฟอยไม่ได้ต้องการโทษเธอหรอก"ดัมเบิลดอร์จับไหล่แฮร์รี่เบาๆ
"เซเวอรัส รบกวนคุณปรุงน้ำยาฟื้นจิตใจด้วยนะ คงจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง ชั้นกลัวว่าเด็กคนนี้จะหมดกำลังใจที่จะตื่นขึ้นเผชิญหน้ากับใครๆอีก"มาดามพูดกับเสนปที่ยืนนิ่ง มือเรียวยาวกระชับเสื้อคลุมแน่น
"ครับ"เขาตอบรับก่อนจะเดินออกจากห้องไป
"หมายความว่าไงครับอาจารย์"แฮร์รี่ถามเสียงเบาโหวง ไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินอะไรไป
"หมายความว่า มัลฟอยอาจจะไปตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้พอตเตอร์ เขาได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรงเมื่อเทียบกับวัยและจิตใจแล้ว เขาอ่อนแอเกินกว่าที่เธอจะคิดได้ บอบบางกว่าที่เธอจะนึกถึง"
Chapter 12
"ฮะ ฮะ อาจารย์ครับ นี่มันไม่ใช่เดือนเมษานะครับ"แฮร์รี่หัวเราะแห้งๆ หันไปรอบๆตัวเพื่อรอให้ทุกคนตะโกนว่า 'เหยื่อโจ๊กเมษา' แต่ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ ดัมเบิลดอร์จ้องมองร่างมัลฟอยครู่หนึ่งก่อนจะเบือนสายตาไปทางหน้าต่าง มาดามพรอฟรีย์ได้แต่ทำหน้าหนักใจโดยไม่พูดอะไร
"อาจารย์ล้อผมเล่นหรอครับ หมอนั่นไม่มีทางจะเป็นอะไรง่ายๆหรอก เข้มแข็งจะตาย"แฮร์รี่พูดเสียงเบาๆ ขาของเขาไร้ความรู้สึก แฮร์รี่ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นคลุกฝุ่น มองไปทางร่างเล็กบนเตียงอย่างเจ็บปวด
"พอตเตอร์....เธอก็รู้ว่านั่นก็แค่แกล้งทำเท่านั้น"มาดามถอนใจ เธอปิดหีบยาช้าๆ เกิดเสียงกริ๊กขึ้นอีกหน แต่แฮร์รี่ไม่รับรู้แล้ว เขาก้มหน้าซุกกับเข่า ไม่มีน้ำตาใดๆ มีแต่ความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งอยู่ในใจเท่านั้นที่พาให้เขาจมดิ่งสู่ห้วงความทุกข์ที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นเอง
"ระหว่างนี้เธอก็ดูแลเขาด้วยละกัน เขาคงต้องการเธอมากที่สุด"ดัมเบิลดอร์พูดเบาๆก่อนจะเดินออกนอกห้องตามด้วยมาดามพรอมฟรีย์ที่หันมามองแฮร์รี่ครั้งสุดท้าย
"ครูช่วยอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ พอตเตอร์"เธอพูดยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะเดินออกไป เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่า อ้างว้างและเจ็บปวด แฮร์รี่ลุกขึ้นช้าๆก่อนจะเดินเข้าไปข้างเตียง ร่างผอมบางนอนนิ่งอยู่เตียง เปลือกตาปิดสนิท ขนตางอนยาว จมูกเป็นสันได้รูป ปากเรียวซีด
"นายยังน่ารักไม่เปลี่ยนไปเลย......แม้แต่ตอนหลับ"แฮร์รี่ก้มหน้าเข้าไปชิดกับแก้มใส ก่อนจะประทับจูบนุ่มนวลลงบนริมฝีปากเรียวของร่างเล็กที่ไม่รับรู้สิ่งใดๆ หยดน้ำตาใสๆร่วงลงสู่แก้มใสของร่างที่นอนอยู่ แฮร์รี่ถอนริมฝีปากออกช้าๆ จูบที่เย็นชืดนั้นทิ่มแทงใจของชายหนุ่มร่างสูง เขาทรุดตัวนั่งริมขอบเตียง ปาดน้ำตาช้าๆ จ้องมองสิ่งสำคัญตรงหน้า
"ชั้นไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย"แฮร์รี่บ่นเสียงอู้อี้ เขาล้มตัวลงนอนข้างๆร่างเย็นชืด ก่อนจะโอบร่างนั้นไว้แน่นในอ้อมกอดอบอุ่น
"จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้มั้ย"แฮร์รี่พูดเบาๆ ไออุ่นรดต้นคอที่เขาอยากจะสัมผัสมันมากเหลือเกิน เขาก้มลงประทับรอยจูบบนต้นคอนั่น
"นายมารถไฟ แล้วนายก็ไม่บอกชั้น ชั้นไล่นายออกไปทั้งๆที่นายพึ่งมาถึงด้วยซ้ำ ใช้ไม่ได้เลยเนอะ"แฮร์รี่พูดยิ้มๆ กอดจะกอดประคองร่างในอ้อมอกไว้กระชับขึ้นอีก
"แล้วที่เราไปกินบะหมี่ด้วยกัน นายเซ่อซ่าทำบะหมี่ลวกมือ แล้วชั้นก็เป่าให้"แฮร์รี่เว้นช่วงพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"ตอนที่นายโดนลูคัสจับไป ชั้นเป็นห่วงแทบตายแน่ะ ถ้าชั้นเก่งกว่านี้ นายคงไม่มีแผลเป็นด้วย"เขาพึมพำก่อนที่มองบริเวณหน้าผากมนของร่างบางที่เป็นรอยยาว
"แล้วลุงชั้นก็จับได้ว่าเอานายมาอยู่บ้าน จำได้มั้ย ชั้นหลุดปากไปด้วยนะ แต่นายได้ยินหรือเปล่าเถอะ"ร่างสูงยิ้มอบอุ่น เขาลูบผมบลอนด์ที่สะท้อนแสงยามบ่ายช้าๆ เล่าเรื่องต่างๆที่ผ่านมาให้มัลฟอยฟัง โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้สิ่งใดๆ แฮร์รี่มองใบหน้าซีดของคนตรงหน้าก่อนที่จะก้มหน้าซบกับไหล่เล็กบาง อีกครั้งที่ความทุกข์ทรมานได้ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นรูปของหยาดน้ำตา หยดแล้วหยดเล่าที่แลกกับความสบายใจ แฮร์รี่หลับตาแน่น กลัวว่าสิ่งที่เขาจะเป็นจริง กลัวว่าคนๆนี้จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เขาปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านแก้มไปช้าๆและผล็อยหลับไปท่ามกลางความรักที่ถูกคั่นกลางด้วยความอบอุ่นและไร้ความรู้สึก ทิฐิที่สลายไปพร้อมกับจิตใจของคนที่เขารัก และยากจะหวนกลับคืนอีกครั้ง
*...................................................................
วันเวลาที่ยาวนานผ่านไปเรื่อยๆและเลวร้าย ร่างบางที่นอนนิ่งบนเตียงไม่มีสัญญานที่บ่งบอกเลยว่าจะตื่นขึ้นจากนิทราอันแสนยาวนาน ร่างสูงใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งกุมมือร่างเล็กที่อยู่บนเตียง ขอบตาบวมช้ำจากการร้องไห้อ้อนวอนทุกวัน น้ำเสียงแผ่วเบาที่พร่ำบอกความในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักเบื่อ ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดให้ทุกค่ำคืน ความห่วงใยที่มีให้ไม่สิ้นสุด กำลังจะจบลงในไม่ช้า......
"แฮร์รี่...."เสียงใครคนหนึ่งเรียกเขาจากข้างหลัง แม้จะได้ยินแต่ก็ไม่หันไปมอง
"มัลฟอยเป็นยังไงบ้าง"เสียงนั้นถามต่อโดยไม่สนใจกริยาที่ไม่มีมารยาทของเด็กหนุ่มตรงหน้า
"มาดามพรอมฟรีย์บอกว่าอาการไม่ดีขึ้นเลยครับ"แฮร์รี่ตอบเบาๆ ตาสีเขียวมรกตที่ขุ่นมัวหันมามองคนข้างหลังช้าๆ หยดน้ำตาใสๆเริ่มเอ่อล้นอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ เด็กหนุ่มโผเข้าหาชายชราก่อนจะปล่อยโฮอย่างห้ามไม่ได้
"อาจารย์ช่วยเดรโกเถอะครับ ฮึก..ผมทนเห็นเขาเป็นแบบนี้ไม่ได้ ผมอยากให้เขา..อึก..ฟื้น ผมอยากคุยกับเขา ฮึก..ถึงมันจะมีแต่การทะ..อึก.. ทะเลาะก็ตามทีเถอะ ผมไม่อยากเห็นภาพแบบนี้แล้ว อาจารย์ช่วยเดรโกนะครับ ช่วยเขา....ฮึก"เด็กหนุ่มผมดำสะอื้นกับอาจารย์ใหญ่ที่ได้แต่มองโดยไม่พูดอะไร ดวงตาสีฟ้าที่เปล่งประกายสดใสกลับหลุบลงต่ำ
"ไม่มีผู้วิเศษคนไหนรักษาจิตใจที่มีรอยร้าวได้หรอกแฮร์รี่ ใจเท่านั้นที่จะรักษาใจด้วยกันได้ ความรักเท่านั้นที่จะสมานรอยร้าวได้"ดัมเบิลดอร์พูด รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นและเจ็บปวด ชายชรากลั้นอารมณ์ที่แทรกขึ้นมา เขาเบือนหน้าหนี น้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาถูกห้ามด้วยความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยว เขาลูบหัวเด็กหนุ่มช้าๆ โดยไม่พูดอะไรอีก แฮร์รี่ก็เช่นกัน แต่ดัมเบิลดอร์รับรู้ได้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร เมื่อความเจ็บปวดที่ชายชรามีนั้น เทียบกับเด็กหนุ่มคนนี้ที่ต้องแบกรับมากกว่าเป็นร้อยๆเท่า
"ร้องออกมาแฮร์รี่ ปลดปล่อยความรู้สึกที่มันอยู่ในใจของเธอ ร้องออกมาซะเด็กน้อย..."ดัมเบิลดอร์กระซิบเสียงเบา ก่อนจะโอบกอดแฮร์รี่ไว้ในวงแขนอบอุ่น มอบความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยวให้เขา แม้ว่าความรู้สึกเหล่านี้ของตนเองก็กำลังจะพังทลายลงเช่นกัน น้ำตาหยดที่สองนับจากที่แฮร์รี่ได้เห็นในครั้งนั้นไหลร่วงลงสู่พื้นอีกครั้งอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสายลมอ่อนๆที่เย็นจนแทบจะบาดผิวหนัง สายลมที่กำลังสื่อถึงอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้.....
เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกัน แฮร์รี่ป้ายหยาดน้ำตาเงียบๆ ดัมเบิลดอร์จัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ก่อนจะหันไปมองทางประตู เสนปเดินเข้ามาเงียบๆ ชำเลืองมองแฮร์รี่ทางหางตาก่อนจะเดินตรงไปทางร่างของมัลฟอยโดยไม่พูดอะไร เสนปล้วงขวดยากลมๆที่บรรจุน้ำยาสีแดงสดออกมาจากเสื้อคลุมและบรรจงรินใส่ปากของมัลฟอยช้าๆทีละหยดจนหมดขวดและเดินออกมาเงียบๆ สีหน้านิ่งสงบไม่มีแววโล่งใจหรือกลุ้มใจ เขาชะงักฝีเท้าหน้าดัมเบิลดอร์และพูดอะไรบางอย่างที่เบามากจนแฮร์รี่ไม่ได้ยิน ดัมเบิลดอร์หันมามองเขาก่อนจะยิ้มให้กำลังใจที่ดูเศร้าอย่างประหลาด และเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสนป
*......................................................................
"ผมคิดว่าคงยากกับการที่จะทำให้พอตเตอร์สงบสติอารมณ์เรื่องนี้นะครับ"เสนปพูดเสียงหนักใจ ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ตรงชานบันได เงียบและแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนที่ถูกกล่าวถึงรู้ตัว
"ผมก็คิดเหมือนกัน เซเวอรัส"ดัมเบิลดอร์กล่าว สีหน้าสงบที่ยังคงไว้ซึ่งความน่าเกรงขามและอบอุ่นปรากฏรอยยิ้มเศร้าๆบางๆ
"พอตเตอร์ไม่ควรจะได้รู้จะดีที่สุด"เสนปบอกเสียงเครียด
"แต่แฮร์รี่มีสิทธิ์ที่จะรู้ เซเวอรัส เขาโตพอแล้ว"ดัมเบิลดอร์พูดพร้อมกับปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาอีกครั้ง เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนที่เปล่งประกายและดูเหมือนมองทะลุได้ทุกอย่าง
"ผมเกรงว่ามันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากนะครับ"เสนปพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้จะเห็นได้ชัดว่าไม่เห็นด้วย
"ผมไม่เคยเห็นเรื่องของเด็กในปกครองคนไหนยุ่งยากเกินแก้ไขหรอก เซเวอรัส ผมจะบอกเขาเองว่าแต่ เหลือเวลาอีกเท่าไหร่"
"ไม่มากนักหรอกครับ ผมเกรงว่าจะไม่เกินอาทิตย์นี้ด้วยซ้ำ"เสนปพูดเบาๆ สีหน้าเคร่งเครียดและมีร่องรอยของความเศร้าซ่อนอยู่ลึกๆ
"อีก3วันเท่านั้น เราช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยจริงๆหรือ"ดัมเบิลดอร์ถาม แม้เขาจะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ แม้ว่าคำตอบของคำถามนี้เขาพึ่งจะเป็นคนพูดเองเมื่อครู่นี้
"ท่านทราบดี......."เสนปตอบเบาๆ เขากุมขมับก่อนจะหลับตาเบาๆโดยไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะหันหลังให้กับดัมเบิลดอร์
"เซเวอรัส....ผมขอตัวก่อนนะ"
"...ครับ"มีเพียงเสียงพึมพำที่แทบจะฟังไม่ได้ศัพท์เมื่อมีเสียงสะอื้นเบาๆปนมาด้วย ดัมเบิลดอร์ตบหลังเสนปเบาๆครั้งหนึ่งก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของแฮร์รี่ไป สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาได้แต่ก้มหน้านิ่งและไม่พูดอะไรเมื่อ....
"เกิดอะไรขึ้นครับอาจารย์"เด็กหนุ่มผมดำที่ยืนหน้าเครียดจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวดและทรมาน ภาวนาให้สิ่งที่เขาคิดไม่เป็นจริง ดัมเบิลดอร์พยายามหลบหน้าเขาแต่สุดท้ายเมื่อถึงจุดที่เขาต้องบอกก็มีเพียงเสียงสั่นเครือตอบกลับไปเท่านั้น
"ศ.เสนปบอกว่ามัลฟอยจะอยู่ได้อีกไม่นาน เขาขอร้องให้เธอตัดใจ"ดั่งกับสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางใจของเด็กหนุ่ม โลกที่อยู่รอบตัวเริ่มหมุนคว้าง ความรู้สึกต่างๆมากมายไหลท่วมท้นตัวเขาจนยากจะยืนอยู่ได้ ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องหรือร่ำไห้ มีเพียงความเงียบงันที่แสนเจ็บปวด สิ่งที่เขาไม่อยากให้เป็น สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ ไม่ผิดเลยที่มีคนบอกเขาเสมอว่าเกลียดสิ่งใดต้องเจอกับสิ่งนั้น แต่ขอแค่เรื่องนี้ไม่ได้หรือ.....แค่ไม่ให้มัลฟอยจากเขาไป....แค่ขอให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันจนสิ้นสุดนาทีสุดท้ายและจากไปพร้อมกัน.....แค่นี้เท่านั้นที่เขาพยายามอ้อนวอน แต่ก็ได้รู้ว่า มันมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น ในเมื่อคนสำคัญกำลังจะจากหายไป และไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีกเลย.........
Chapter 13
"จดหมายส่งมาแล้วนะเดรโก"เด็กชายเจ้าของตาสีเขียวมรกตเอ่ยดังๆหันหน้ามองกระจกอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า เขาเช็ดผมอยู่ซักพักจึงหยิบเสื้อเสวตเตอร์คอเต่าสีเทาอมฟ้ามาใส่ทับเสื้อกล้าม
"วันนี้ชั้นจะไปซื้อของที่ตรอกกับศ.ลูปินแล้วก็ศ.เสนป ชั้นจะซื้อมาเผื่อด้วยนะ"เสียงเข้มนุ่มนวลเอ่ยอย่างสุภาพก่อนจะเดินมาประทับจูบบนแก้มซีดครั้งหนึ่ง สายตาอ่อนโยนจ้องมองเปลือกตาปิดสนิท มือแข็งแรงลูบผมบลอนด์เบาๆอย่างรักใคร่ น้ำตาที่เอ่อขึ้นมาถูกปาดไล่จากปลายนิ้วของผู้ที่ตั้งปณิธานว่าจะไม่ร้องไห้อีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหนหรือแม้กระทั่งพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้เจ็บปวดขนาดไหนก็สัญญาว่าจะไม่เสียน้ำตาอีกแล้ว
"แล้วจะรีบกลับมานะเดรโก....รอชั้นก่อนนะ"แฮร์รี่เอ่ยคำสุดท้ายเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้องไป เขาไปสมทบกับลูปินที่ยืนอยู่ข้างๆเค้านท์เตอร์ซักพักเสนปจึงเดินเข้ามาสมทบเพิ่ม ทั้งสามเดินออกไปทางหลังร้าน เสนปทำหน้าที่เคาะก้อนอิฐ ไม่นานนักพวกเขาก็เดินเข้าไปสู่ถนนปูหินที่แออัดไปด้วยนักเรียนที่มาจากทั่วสารทิศ
"แฮร์รี่ ครูจะเดินตามหลังเธอไป ส่วนศ.เสนปจะเดินขนาบข้างเธอ ถ้ามีอะ..."
"ไม่เป็นไรครับ ผมไปซื้อของเองดีกว่า"
"พอตเตอร์ เธอไม่ควรจะมาอวดว่าเธอเก่งที่นี่ท่ามกลางผู้เสพความตายที่จับจ้องพวกเราอยู่หรอกนะ"เสนปเอ่ยเสียงแข็ง สายตาที่จับจ้องแฮร์รี่นั้นทั้งตำหนิ ดูหมิ่นและยิ้มเยาะ แต่เขาไม่สนใจ
"ผมไปเองได้ครับ อาจารย์รออยู่ตรงนี้ดีกว่า ผมจะรีบกลับมาและจะไม่พยายามอวดเก่งให้ใครดูหรอก"แฮร์รี่พูดเสียงเรียบ ลูปินกับเสนปจึงจำเป็นต้องยืนรออยู่ที่ร้านน้ำชาเล็กๆตรงมุมถนน
"เพียงแค่ชั้นอยากมีเวลากับตัวเองและกับนายมากกว่าต่างหาก"แฮร์รี่พึมพำเงียบๆกับรอยยิ้มเศร้าๆ เขาเปิดซองจดหมายของเขาและมัลฟอยดู ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านตัวบรรจงและหยดหมึกและยื่นใบรายการหนังสือให้เจ้าของร้านที่ยืนกรอนิ้วตรงเค้านท์เตอร์
"ฮอกวอตส์?"
"ครับ"แฮร์รี่ยืนรอซักพักจึงหิ้วของออกมา ถนนที่แออัดไปด้วยผู้คนนั้นร้อนระอุจากแสงแดดที่แผดจ้า แฮร์รี่เดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปลีกตัวจากฝูงชนที่แออัดเข้ามาในร้านเล็กๆดูมอซอแห่งหนึ่ง ชั้นง่อนแง่นเรียงรายไปด้วยสร้อยลูกหินที่ขัดมัน แฮร์รี่กวาดตามองของทั่วร้านก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อสร้อยเส้นบางรูปลูกสนิชสีทอง ประดับด้วยหินสีเขียวมรกตเล็กๆ
"เธอมาซื้อสายไปนะพ่อหนุ่ม"หญิงร่างท้วมผู้เป็นเจ้าของร้านยิ้มเศร้าๆให้เขา ก่อนจะบรรจงวางสร้อยลงในกล่องสักหลาด ผูกด้วยโบว์สีขาวสะอาดเช่นเดียวกับสีกล่องก่อนจะยื่นให้แฮร์รี่
"เท่าไหร่ครับ"แฮร์รี่ถามอย่างสุภาพพร้อมกับควานหาเงินในกระเป๋ากางเกงยีนส์แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยมือของหญิงเจ้าของร้าน
"ชั้นยินดีให้เธอ เอาไปเถอะ เธอต้องรีบแล้วล่ะ เวลาไม่เหลือมากอย่างที่เธอคิดหรอกนะจ้ะ.."เธอพูดเสียงเบา ก่อนจะเดินหายไปหลังร้าน ทิ้งให้แฮร์รี่ยืนงงงันอยู่ตรงนั้น เขาใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะก้าวขาออกจากร้านนั้นได้ แฮร์รี่กลับไปพบเสนปและลูปินที่ร้านน้ำชา ทั้งคู่นั่งดื่มกาแฟอยู่ในร้านอย่างใจเย็น เสนปปรายตามองแฮร์รี่ข้ามถ้วยกาแฟ
"เธอใช้เวลามากเกินกว่าที่ควรจะเป็น"เสนปพูดเสียงเฉียบก่อนจะลุกขึ้นเดินนำเพื่อกลับไปยังร้านหม้อใหญ่รั่ว
*.................................................
ราวกับร้านนั้นไม่มีคนอยู่ เสียงทุกอย่างหายไปราวกับมีกำแพงกั้นเพื่อไม่ให้เสียงภายนอกเล็ดลอดเข้ามา ทั้งสามชักไม้กายสิทธิ์ออกมาโดยอัตโนมัติ ลูปินเดินเข้าไปทางหลังร้านช้าๆ มีเพียงเสียงสะอื้นเล็กๆแว่วมาเท่านั้น ภายในร้าน ท่ามกลางแสงแดดยามสายที่สว่างไสว ครอบครัววีสลีย์ เฮอร์ไมโอนี่ ทอม และ มาดามพรอมฟรีย์ยืนนิ่งราวกับถูกสะกดอยู่กลางห้อง เฮอร์ไมโอนี่เอามือปิดปากแน่น ขอบตาแดงเต็มไปด้วยรอยหยาดน้ำตา
"สวัสดีครับทุกคน....มีอะไรหรือฮะ"แฮร์รี่ถามแห้งๆ
"ศ.ดัมเบิลดอร์รอเธออยู่ข้างบนจ้ะแฮร์รี่"มอลลี่กล่าวกับแฮร์รี่เบาๆด้วยเสียงสั่นเครือ 'คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง..'แฮร์รี่ปลอบใจตัวเอง แต่หัวใจกลับเต้นรัว เขาก้าวขึ้นข้างบนไปช้าๆ ขาที่หนักอึ้งถูกยกทีละข้างจนในที่สุดเขาก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของเขา....ที่ๆมัลฟอยนอนอยู่
บางครั้งสิ่งที่เราอยากจะเก็บมันไว้ก็มักจะจากเราไปทุกครั้ง โดยที่ไม่สามารถจะฉุดรั้งเอาไว้ได้....
มือที่สั่นเทาเอื้อมไปผลักประตูออกช้าๆ ภาพข้างหน้าที่เขาเห็นคือสิ่งเดียวที่เขาไม่อยากจะพบมัน ไม่อยากเห็น ความหวังที่มีเพียงเล็กน้อยสิ้นสุดลง วันเวลาที่บันทึกเหตุการณ์ตลอดทั้งชีวิต ทุกลมหายใจ สูญสลาย ทุกสิ่งจบสิ้นลงตรงหน้าเด็กหนุ่มผมดำ ณ วินาทีนั้น สิ่งที่เขาอดกลั้นมานาน ความอ่อนแอ... ปณิธานที่เคยตั้งเอาไว้ ว่าจะไม่เสียน้ำตาอีก ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ก็ได้กลายเป็นแค่เพียง คำพูดที่ไร้ความหมาย ความรู้สึกของเข่าที่กระแทกกับพื้นเทียบอะไรไม่ได้เลยกับสิ่งที่รู้สึกอยู่ในใจขณะนี้.........ทุกสิ่งที่ร่วมทำกันมา ความห่วงใย ความคิดถึง ความผูกพันธ์ที่สานรวมเป็นความรัก จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก็ไม่เหลือให้พร่ำบอกสิ่งใดๆอีกแล้ว ไม่มีแม้แต่เสี้ยวเวลาสุดท้ายที่จะได้ยิ้มให้กันอีก......มัลฟอย ผู้ที่เขาพยายามจะปกป้อง ผู้ที่เขาจะยอมแลกทุกอย่างไม่ว่าอะไรก็ตาม คนสำคัญที่ไม่อยากทำให้เสียใจอีกแล้ว.....เหลือเพียงแต่ร่างที่ว่างเปล่านอนอยู่บนเตียงเท่านั้น.....สร้อยเส้นเล็กที่เขาซื้อให้ ไม่มีความหมายอีกแล้ว ในเมื่อคนที่จะใส่ได้เดินจากเขาไป ติดอยู่ที่ว่า เขาเป็นคนผลักคนๆนั้นไปสู่เส้นทางอันเงียบเหงาเองเท่านั้น...
Chapter 14
.....บางครั้งสิ่งหนึ่งที่เรารักมาก เฝ้าไขว่ขว้าเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะขยับออกห่าง ยิ่งวิ่งตามก็ยิ่งห่างออกไปอีก จนเมื่อซักวันที่เราเหนื่อยจนหมดแรง หยุดพักเงียบๆโดยไม่คิดที่จะวิ่งต่อไป สิ่งนั้นกลับหวนคืนกลับมา
.............มันคงจะดีถ้าเราจะเอื้อมมือไปขว้าสิ่งนั้นไว้อย่างแผ่วเบา เฝ้าทะนุถนอมไม่ให้สิ่งนั้นหลุดมือจากไปอีก
......................แต่ในบางครั้ง เรากลับเอื้อมมือดันสิ่งนั้นออกไป พยายามผลักไสจนพ้นสายตา โดยไม่เคยรู้เลยว่า สิ่งๆนั้นจะไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม สิ่งนั้นจะหลุดลอยออกไป ไม่หวนกลับมาให้เห็นอีกเลย......
ชายหนุ่มผมดำแห่งกริฟฟินดอร์ก้าวเข้าไปที่เตียงบุนวมสีขาวช้าๆราวกับไร้ชีวิต เหงื่อเย็บเยียบไหลซึมผ่านใบหน้าลงสู่ปลายคางช้าๆ แปลกที่หยดน้ำใสนั้น มีบางส่วนกลับไหลออกมาจากดวงตาสีเขียวมรกตด้วย เสียงประตูดังขึ้นข้างหลังบ่งบอกให้รู้ว่าดัมเบิลดอร์ต้องการให้เขาได้มีเวลากับคนที่สำคัญที่สุด ระยะทางที่ขาแต่ละก้าว ก้าวเดินเข้าไปรู้สึกเจ็บจนบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เดินอยู่แบบนี้ทั้งที่ระยะห่างกันไม่ถึง3เมตร แต่มันเหมือนกับว่า เขาใช้เวลาเดินทั้งชีวิต....
แฮร์รี่ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง บนผ้าปูสีขาว มีรอยตัวด๊อกซี่กัดจนเป็นรู ไออุ่นจากแสงแดดที่ตกกระทบพื้นห้อง ละอองฝุ่นที่ฟุ้งอยู่ในอากาศ เพดานต่ำที่มีรอยปะหลายแห่ง หีบของที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ทั้งสองใบ เก้าอี้ตัวเก่า สถานที่ๆบันทึกความทรงจำของเขาและชายหนุ่มผลบลอนด์ที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงไว้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง......ที่ๆพวกเขานั่งคุยกัน ได้แลกเปลี่ยนความคิด หรือทะเลาะกัน..... เตียงที่ใช่พักผ่อน....เสื้อตัวหลวมที่มัลฟอยเคยใส่นั้น ยังคงถูกแขวนเอาไว้อยู่ในตู้อย่างเรียบร้อย และกลิ่นไอของคนที่เคยใส่ก็ไม่เคยจางหายไปไหน.......ที่ๆพวกเขาได้ค้นพบหัวใจของตนเอง แลกเปลี่ยนทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา..... แต่ว่าวันนี้ก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ความทรงจำที่ค่อยๆเลือนหายไป ภาพเลือนลางที่ถูกบดบังด้วยหยดน้ำตา แต่กลับแจ่มชัดในใจของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนี้ ซึมซับวินาทีสุดท้ายของความรักที่สายไปของเขา ตอกย้ำเรื่องราวต่างๆให้เป็นแผลลึกที่ไม่มีวันลบเลือน....
"บ้าจริง ร้องไห้อีกแล้ว"แฮร์รี่บ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะป้ายหยดน้ำตาออกจากตาสีเขียวประกาย มองร่างที่อยู่บนเตียงอย่างรักใคร่
"ไม่มีใครอีกแล้วน่ะสิ ยิ้มไม่ได้อีกแล้วล่ะ ถ้าไม่ร้องไห้ชั้นก็ไม่มีค่าอะไรที่จะอยู่ต่อแล้ว ไม่มีรอยยิ้มที่จะหยิบยื่นให้ใครแล้วล่ะ"เสียงที่พยายามข่มความรู้สึกพูดต่อไปในอากาศ
"ชั้นมีเรื่องอยากจะพูดกับนายอีกตั้งเยอะแยะ แต่ว่ามันก็ไม่ทันแล้วสินะ....."
"อยากจะบอกว่ารักนายที่สุด รักมาก ไม่อยากให้ไปไหนอีก...ไม่อยากปล่อยมือจากนายไปอีก"
"....แล้วใครใช้ให้ปล่อยกัน"เสียงๆหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับแฮร์รี่ตื่นจากนิทรายาวนาน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจปนตื้นตัน ใบหน้าสวยของคนที่อยู่บนเตียงยิ้มกริ่ม รอยยิ้มที่เค้าเฝ้าอ้อนวอนตลอดเวลาที่จะได้เห็นอีกครั้งอยู่ตรงนี้แล้ว หยดน้ำตาใสๆร่วงลงพื้นก่อนจะตามเป็นสายมาอีกมากมาย แฮร์รี่ล้มตัวซบกับร่างบางที่นอนยิ้มเย้ยๆ แต่กลับเป็นรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน
"พอตตี้ร้องไห้เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ขี้แย จอมสะอึกสะอื้น"เสียงนุ่มยานคางแหย่ ก่อนจะลูบหัวที่ปรกด้วยผมดำขลับราวกับแฮร์รี่เป็นเด็กน้อย เสียงที่เขาอยากได้ยินอีกครั้ง ร่างที่เขาอยากจะกอด กลิ่นไอที่อยากจะสัมผัสอยู่ตรงหน้าเค้าและ...
"จะไม่ไปไหนอีกแล้วนะ...."มัลฟอยพูดเบาๆ โดนที่แฮร์รี่ยังคงสะอื้นไม่หยุด
ลมพัดอ่อนๆ ผมบลอนด์ที่ลู่ไปกับสายลมดูสวยยามที่ต้องแสงแดด และจะสวยตลอดไปตราบเท่าที่คนๆนี้ยังหายใจอยู่...
เป็นเวลาหลายนาทีจนกว่าแฮร์รี่จะเงยหน้าขึ้นมา หน้าของเขาดูอารมณ์เสียอย่างแปลกๆ
"นี่หลอกกันมาตลอดเลยใช่มั้ย"แฮร์รี่พูดเสียงแข็ง
".....แฮร์รี่...."มัลฟอยมองหน้าเขาหวั่นๆ ตอนนี้เด็กหนุ่มยืนขึ้นแล้ว และดูโมโหอย่างมาก จนไม่สามารถเดาได้ว่าจะเกิดอะไร
"สนุกกันนักนี่ หลอกให้ชั้นร้องไห้ ตาบวม ข้าวก็แทบไม่ได้กิน เอาแต่เฝ้านายทั้งวี่ทั้งวัน แต่กลับกลายเป็นว่าคุณหนูมัลฟอยนอนสบายบนเตียง เฝ้ามองไอ้ซื่อบื้ออ่อนแอ่ที่เอาแต่ร้องไห้แล้วก็นินทาชั้นลับหลังล่ะสิ"
"หรือนายจะบอกว่า ที่นายทำมาก็โกหกงั้นหรอ.."มัลฟอยถามย้อน ดวงตาสีซีดมองแฮร์รี่นิ่ง
"เปล่า"แฮร์รี่ตอบเสียงเบา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเมื่อนึกถึงตอนที่เขาร้องไห้อย่างฟูมฟาย
"งั้นก็ดีแล้วนี่นา ยังไงชั้นก็ได้รู้ว่านาย....เป็นห่วงชั้นขนาดไหน"มัลฟอยยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียง ครางเสียงดัง
"โอยยยย เกือบเป็นง่อยตายแน่ะ แต่ว่า....ชั้นเป็นลมจริงๆนะ แล้วก็หลับไปจริงๆด้วย พึ่งมาฟื้นแล้วก็....เอ้อ....เตรียมบทกันเมื่อวานนี่เอง"มัลฟอยบอกเสียงร่าเริงผิดกับแฮร์รี่ที่รู้สึกหน้าร้อนผ่าว
"แต่ว่าลงทุนกันมากเลยนะ ถึงขนาดให้ศ.เสนปร้องไห้ด้วย เผื่อนายออกมาแอบดู ก็สนุกดีอีกแบบ ชั้นร่วมเขียนบทด้วยนะเนี่ย"ร่างบางกระโดดลุกขึ้นยืนก่อนจะหมุนตัวไปเก็บเตียง ชั่วเวลานั้นเองที่เขารับรู้ได้ถึงมือที่สอดเข้ามานัดรอบเอวแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"เฮ้ยยยยย แฮร์รี่ อะไรเนี่ยนาย ปล่อยก่อน หายใจไม่ออก เฮ้!!"ร่างบางดิ้นอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงแต่ไม่มีท่าทีที่คนร่างสูงจะคลายอ้อมกอดเลยซักนิด
"ไม่ปล่อย ต้องลงโทษก่อน โทษฐานที่หลอกชั้นได้ลงคอ"ร่างสูงกระซิบข้างหูก่อนจะก้มหน้าซุกกับเรือนผมบลอนด์
"เฮ้ยยยยยย ปล่อยนะโว้ยยยย นายอย่ามาทำอะไรที่นี่ไม่ได้นะ นี่ ฟังก่อนซี่โว้ยยย ไอ้แว่นนนน ใครมาเห็นจะว่ายังไงเล่า เฮ้ยยยย ปล่อยช้านนนนน!!!!!"
"ไม่สน ใครจะเห็นก็ช่างสิ"แฮร์รี่บอกปัดก่อนจะใช้แรงผลักมัลฟอยลงไปบนเตียง ตามเข้าไปกดข้อมือเล็กให้แนบชิดกับเตียง ร่างบางพยายามดิ้นแต่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย
"นี่ ไอ้หัวบากลามก ปล่อยนะเว๊ยยยย นายอย่ามาทำอะไรรุ่มร่ามแถวนี้นะเว้ยยยย ไอ้บ้าาาาา ไอ้ลามก ปล่อยยยยยยยย!!!!"มัลฟอยดิ้นพร้อมกับแหกปาก มือเล็กๆกระแทกเข้าที่หน้าอกของแฮร์รี่อย่างแรงโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้ร่างสูงผงะออก
"......เฮ้...ขอโทษแฮร์รี่ เจ็บหรือเปล่า ขอโทษนะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ..."ก่อนที่จะได้พูดอะไรอีก ร่างสูงก็ได้ล้มลงกับพื้น นอนนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนอีก
"เฮ้ยยยย แฮร์รี่ นายเป็นอะไรอ่ะ นี่ แฮร์รี่.....อย่าแกล้งกันนะไอ้บ้าาาา ตื่นขึ้นมานะ..."แต่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา...
"แฮร์รี่.....แฮร์รี่....แฮร์รี่!!"มัลฟอยเริ่มใจเสีย เขาก้มลงไปใกล้ๆ แต่แล้ววงแขนแข็งแรงของร่างตรงหน้าก็โอบรัดรอบตัวเค้าลงมานอนคลุกฝุ่นกับพื้น มัลฟอยมองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง
"นี่นายแกล้งชั้นหรอเนี่ย"มัลฟอยมองค้อน ทำแก้มป่องจนแฮร์รี่อดหัวเราะไม่ได้
"น่า...แกล้งนิดหน่อยเอง....งอนหรอ เดรโก"แฮร์รี่ถามช้าๆ พร้อมกับกระชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
"เปล่านี่..."ร่างบางหันมายิ้มแฉ่ง พร้อมกับใช้มือเล็กโอบร่างสูงตอบ
"เดรโก..."
"หืม"
"สัญญาได้มั้ยว่าจะอยู่กับชั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
"....."
"ได้มั้ย....ถ้านายลำบากใจก็ไม่ต้..."
"สัญญาสิ.....ไม่ว่าอยู่ที่ไหนชั้นก็จะไปกับนายทุกที่"ร่างบางพูดเสียงเบา ดวงตาสีเทาฟ้าที่เหลือเพียงประกายของความรักและห่วงใยในคนที่อยู่ตรงหน้า ทิฐิที่ในที่สุดก็เข้าใจได้สูญสลายไปจนสิ้น เหลือเพียงความฝันที่จะจูงมือไปด้วยกันตลอดเส้นทาง เหลือเพียงความเข้าใจกันและกันที่ทั้งคู่พร้อมจะมอบให้กันไปตลอดชีวิต แฮร์รี่มองลึกเข้าไปในตาสีซีดก่อนจะบรรจงประทับจูบอันแสนอ่อนหวานกับริมฝีปากอ่อนนุ่มของคนที่อยู่ตรงหน้า เปรียบกับสัญญาที่ให้กันว่า
'จะอยู่ด้วยกันตลอดไป'
แฮร์รี่ถอนปากออกก่อนจะเอ่ยคำพูดเบาๆ กระซิบที่ข้างหู
"ไม่ว่าเมื่อไหร่ นายจะเป็นและยังคงเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้นตลอดไปนะ เดรโก.....ผมรักคุณ....."เสียงเข้มเน้นย้ำในคำสุดท้าย ก่อนจะประทับจูบหนักหน่วงอีกครั้ง...
"..!! อื้ออออ!!!!"มัลฟอยร้อง เมื่อมือของแฮร์รี่ได้ถือวิสาสะล้วงเข้ามาในเสื้อของเขา สายตาสีเขียวมรกตจ้องเขาอย่างเข้าเล่ห์
"อ้อ นี่ เมื่อกี้ไม่ได้ถือว่าเจ๊ากันนะ.... ต่อจากนี้คือการพิพากษาของจริงล่ะ เดรโก หึหึ"ร่างสูงหัวเราะด้วยเสียงที่สื่อถึงความอันตราย ก่อนที่เขาจะซุกหน้าเข้าหาเรือนผมสีบลอนด์ ระหว่างที่อีกด้านของประตูก็มีกองทัพเล็กๆของผู้อาวุโส และผู้เยาว์คอยเชียร์อยู่ห่างๆ..............
".....อ๊าาาา!!....."เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาโดยที่กองเชียร์คอยเฮกันลั่นเป็นช่วงๆ -*-
☩ The End ☩
edit @ 2005/09/04 19:47:34

เอิ๊กส์......แหม หนึ่งในกองเชียร์ก็เลือดสาดไปแล้ว กร๊ากกกกกๆๆๆ

กี้ดดดดดดดดด
เจ้ารี่พิพากษาหนูเดรได้ถึงใจจิงๆ
#1 By Luscinia on 2005-09-04 19:53