The Lost Memory#8,#9,#10

posted on 19 Dec 2005 21:14 by nakyorusanto  in My-Fictions

เนื่องจากฟิคหายไป เราก็ลงใหม่

Chapter 8

...สุดท้ายคนที่เชื่อใจก็ต้องเจ็บซะเองใช่มั้ย!!...
.....โธ่เว้ย! หมอนั่นก็ต้องคิดว่าเราหนีปัญหาอีก เล่นเดินออกมาแบบนี้.....
.......แต่ยังไงก็ให้อภัยไม่ได้ เหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นตามใจชอบ.......
.........โธ่ๆๆๆๆ โอ๊ยยยยยย ก็ได้โว้ยยยยยย โอเคๆ ยอมแล้วววว แค่ครั้งนี้นะที่ยอมให้นาย ให้ตายเถอะ!!...........

ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับไปที่ตรอกเดิมอีกครั้งหลังจากเพียงแค่เดินก้าวพ้นออกมาแค่ไม่กี่ก้าว ร่างบางยืนพังกำแพงตรอกอยู่เงียบๆ เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นแฮร์รี่กลับมา

"...เข้าใจไว้ด้วยว่าชั้นไม่อภัยนายเรื่องนี้แน่"แฮร์รี่เปิดบทสนทนาอย่างยากเย็น อารมณ์โกรธลดลงเล็กน้อย

"เออ..ไม่ต้องย้ำมากหรอก ชั้นรู้ว่าผิด นายกลับมาทำไม...เอาสัมภาระมาคืนให้หรอ"มัลฟอยถามติดตลกแต่เขาก็ไม่ได้ตลกไปด้วย รู้ดีว่าคนอย่างแฮร์รี่ไม่ลงทุนแบกอะไรหนักๆมาให้คนที่หมางใจกันแน่

"...แค่อยากจะรู้เหตุผล......ก็เท่านั้น..."แฮร์รี่พูดถึงสาเหตุที่เตรียมมาอย่างดี ซึ่งคนละเรื่องกับสาเหตุที่แท้จริงอย่างคนละขั้ว เขาไม่อยากรู้เหตุผล แต่ความเป็นห่วงพาเขาเดินกลับมาตังหาก

".....ถ้าบอกว่าไม่มีล่ะ....ถ้าบอกว่าอยู่ดีๆก็อยากช่วยเพื่อนเก่า....นายจะว่าไง"มัลฟอยพูดเสียงเย็นชา สายตาที่ทอดต่ำก็ดูนิ่งสนิท

"เลิกเฉไฉซะที บอกความจริงมาซะมัลฟอย"

"หลอกนายไม่เคยจะได้เล๊ย....ไปคุยกันที่บ้านชั้นดีกว่า"มัลฟอยพูดเสียงเรียบ ก่อนจะเดินกอดอกนำหน้าไป

"ไม่...ไปห้องชั้นดีกว่า...."แฮร์รี่พูดฉับพลันก่อนจะดึงข้อมืออีกฝ่ายลากกลับโรงแรม ไม่มีแม้แต่เสียงประท้วง อาจเป็นเพราะคนที่ถูกลากไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่อยากทะเลาะมากกว่า

*...............................................................

"เลิกยุ่งกับชั้นซะดีกว่าพอตเตอร์ ปล่อยชั้นไปตามทาง จะได้เลิกทำอะไรให้นายต้องเจ็บใจอีก"มัลฟอยพูดเสียงเบาหลังจากที่เข้ามายืนในห้องของแฮร์รี่เพียงไม่ถึงนาที

"พูดอะไรของนาย ถ้าต้องทนเจ็บแต่ได้รู้ว่านายต้องการอะไรก็คุ้ม บอกมาซะมัลฟอย"แฮร์รี่เค้นความจริง พร้อมกับเดินเข้าไปประชิดตัวมัลฟอยมากขึ้น

"นายเป็นคนแรกนะมัลฟอย ที่ชั้นโกรธแต่ก็หายได้ในพริบตา"มัลฟอยเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะถอยหลังหนี สายตาเย็นชามองลึกเข้าไปในดวงตามรกตที่สื่อถึงบางอย่างที่มัลฟอยไม่เข้าใจ

"แล้วยังไง นายคิดว่าชั้นสนหรอ เลิกยุ่งกับชั้นซะทีพอตเตอร์ ชั้นไม่มีหน้าจะสัญญาอะไรกับนายแล้ว"ชายหนุ่มผมบลอนด์หันหลังให้"เลิกคาดหวัง ไม่งั้นนายก็คงเหมือนพ่อและใครอีกหลายคน"

"ชั้นไม่สนใจเรื่องนั้น จะเจ็บ จะปวด จะยังไงก็แล้วแต่ วันนี้นายต้องบอกสาเหตุมา.....ช่วยกอยล์มันทำไม มันบอกอะไรนาย"แฮร์รี่เริ่มเข้ามาใกล้ร่างบางอีกครั้ง

"ออกห่างจากชั้นพอตเตอร์! เลิกใช้เสน่ห์บ้าบอของนายซะที ชั้นเอียนเต็มทนแล้ว"มัลฟอยมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม

".....ชั้นก็เอียนกับนายเหมือนกัน เอาแต่พูดบ้าอยู่ได้ คำก็ช่างชั้นเถอะ สองคำก็อย่ายุ่งกับชั้น บอกมา เรื่องจะได้จบๆกัน แล้วคราวนี้นายจะไปไหนชั้นจะไม่รั้งไว้เลย"

"...ชั้นว่านายพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วล่ะพอตเตอร์.....พอตเตอร์ที่ชั้นรู้จักไม่เคยอภัยให้คนที่ผิดสัญญาแล้วก็เหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นหรอก.....นายในตอนนี้มันอ่อนแอ"

"หุบปากแล้วบอกสาเหตุมามัลฟอย ใช่ ชั้นมันอ่อนแอ ก็แล้วไงล่ะ ถึงบอกไงว่าแค่นายเท่านั้น..."แฮร์รี่เอ่ยเสียงเบาและสงบ เขาทรุดนั่งลงที่เตียง มือสองข้างกุมขมับและไม่พูดอะไรอีก

".......เลิกพูดอะไรบ้าๆซะที ชั้นไม่สนหรอกนะว่ามือปราบมารจะถูกอบรมมาแบบไหน ไม่รู้ว่าการหว่านเสน่ห์ไม่เลือกหน้าเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลมันเป็นยังไง....แต่ชั้นขอถามอะไรหน่อยเถอะ......ทำไมนายถึงต้องการรู้อะไรไปซะทุกอย่าง นายจะเอาอะไร นายจะทำอะไรกันแน่"มัลฟอยพูดเสียงเข้ม ก่อนจะลงไปนั่งกอดเข่ากับพื้น

".....ก็เพราะว่าชั้นไม่เชื่อว่าคนที่ขอร้องเองแบบนายจะทำลายตัวเองเอาดื้อๆแบบนี้น่ะสิ.....มัลฟอยที่ชั้นรู้จักเป็นคนไม่ยอมใคร หัวแข็ง หยิ่ง ไม่ใช่นายตอนนี้....ไม่ได้อ่อนแอ...."แฮร์รี่พูดเสียงอ่อน ก่อนจะลงไปนอนแผ่บนเตียง ถอนหายใจยาวๆและหลับตา เสียงเท้าเดินมาหยุดข้างเตียง รู้สึกได้ถึงแรงกดลงบนฟูกนุ่มๆ

"......ให้ตายสิ บ้าพอกันเลยนายกับชั้น ลืมเรื่องที่คุยกันไปเมื่อกี้แล้วฟังที่ชั้นพูดเงียบๆ อย่าขัดก็พอ"มัลฟอยพูดเสียงเหนื่อยๆ ก่อนจะเริ่มเล่าเกี่ยวกับบทสนทนาของเขาและกอยล์อย่างละเอียด เวลาผ่านไปไม่นานนัก เสียงถอนหายใจยาวๆก็ดังมาจากชายหนุ่มผมดำข้างๆอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ลงไปนอนแผ่กับเตียง

"ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกนะนาย เก็บไปคิดมากคนเดียว ทำอะไรก็ไม่บอกกันสักคำ ถ้าชั้นอารมณ์ร้อนกว่านี้นายอาจจะโดนอัดคากำแพงไปแล้ว..."แฮร์รี่บ่นยิ้มๆ ก่อนจะหันมาทันเห็นสายตาค้อนจากคนข้างๆแวบหนึ่ง

"อ๋อ...พึ่งรู้ว่านี่ไม่ใช่อารมณ์ร้อนของนาย แค่เหวี่ยงชั้นกระแทกพื้นเอง..."มัลฟอยพูดเสียงเย็น ก่อนจะจับมุมปาก ลูบรอยช้ำช้าๆ

"เอ้อ..ขอโทษ เจ็บมากหรือเปล่า"

"ช่างเถอะ ชั้นก็เคยตั๊นนาย หายๆกันไปแล้วกัน"

".....ว่าแต่ อาทิตย์ที่จะถึง นายจะเอาไง"แฮร์รี่ลุกขึ้นนั่ง หันมามองคนข้างๆด้วยใบหน้าจริงจังที่มักจะเห็นในเวลางาน

"....ถึงชั้นจะตระกูลมัลฟอย....แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามมัลฟอย..."ชายหนุ่มพูดเสียงนุ่มและมั่นคง ตาสีซีดที่ดูเย็นชากลับมีประกายมุ่งมั่นและเข้มแข็งขึ้น แม้จิตใจจะมีรอยร้าวแต่เมื่อได้ความเชื่อใจจากใครบางคน รอยแผลนั้นก็คงจะหายในไม่ช้า แต่ในทางกลับกัน บางครั้งความเชื่อใจก็สามารถทำร้ายได้เช่นกัน...

แฮร์รี่มองคนข้างๆอย่างเชื่อใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคนๆนี้มากขึ้น ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เขาได้มอบความเชื่อใจให้โดยไม่ลังเล และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เขาสองคนจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้ แต่บางทีทางลัดสำหรับมิตรภาพอาจอยู่ใกล้ๆ เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขามองอีกฝ่ายต่างไป ไม่ใช่แค่ภายนอก แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภายใน สิ่งที่แต่ละคนเป็น สิ่งที่ไม่สามารถมองผิวเผินด้วยสายตาได้ หากแต่ต้องเปิดใจรับและพร้อมที่จะสัมผัสมันอย่างแท้จริง ........ บางทีทิฐิของทั้งสองอาจจะหลอมละลายหายไปแล้วก็เป็นได้ .......


Chapter 9

วันเวลาผ่านไปช้าๆแต่ราบรื่น แฮร์รี่เปลี่ยนจากฐานะมือปราบมารเป็นคนไปรับไปส่งมัลฟอยชั่วคราว ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการไปไหนมาไหนด้วยกัน จนบางครั้งก็เกิดการเข้าใจผิด

"มาอีกแล้วนะ ขาประจำ..."ใครบางคนทักแฮร์รี่ขณะที่เขาก้าวเข้าไปในร้านที่มัลฟอยทำงานอยู่ เขาหันไปมองงงๆ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ตัว รอชายหนุ่มที่คาดว่าอยู่หลังครัว

"นี่...นายเป็นอะไรกับเจ้าซีดนั่น"ชายหนุ่มหน้ากวนพูดกับแฮร์รี่ ดูท่าเป็นนักเลงพอสมควร

".....เพื่อนกัน....มีอะไร"แฮร์รี่ตอบเสียงเย็น

"...เปล๊าา ก็แค่สงสัย นึกว่าเป็นพวกอย่างว่า..."ปากบอนของคนที่นั่งตรงเค้านท์เตอร์พูดต่อไปอย่างไม่กลัว

"...ชั้นกับเจ้านั่นไม่ใช่พวกอย่างว่า....เลิกพูดจาพล่อยๆซะ"

"โถ..อย่าเครียดสิ...ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แต่ค้านแบบนี้ ยอมรับล่ะสิ......ดูจากท่าทางแล้ว...นายคงเป็น เขาเรียกอะไรน๊า...อ้อ...คิง..ใช่ม๊าา"ไร้เสียงตอบจากคู่สนทนาแต่กลับเป็นหมัดแรงๆหนึ่งมัดหวดเข้าที่ใบหน้าแทน

"เฮ้! ไอ้นี่ อะไรวะ อยากมีเรื่องนักรึไง"พูดจบก็ชักเอาไม้กายสิทธิ์ออกมา แต่ยังไม่ทันจะร่ายคาถาก็มีเสียงใครบางคนขัดขึ้น

"หยุดซะราล์ฟ!"มัลฟอยก้าวออกมาจากหลังครัว มองทั้งสองฝ่ายอย่างหาเรื่อง

"ก่อเรื่องอะไรอีก"ชายหนุ่มผมบลอนด์ถาม รอคำตอบจากใครซักคน

"ก็ไอ้นี่น่ะสิ อยู่ดีๆก็ชกชั้น หัดสั่งสอนคู่ขานายซะบ้างสิ ไอ้ซีด"ราล์ฟฟ้อง เผยยิ้มเหยียดให้แฮร์รี่เห็น

".....ราล์ฟ...ชั้นขอบอกกับนายตรงนี้นะว่าชั้นไม่ใช่คู่ขาของไอ้บ้านี่"มัลฟอยพูดเสียงเรียบ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออก"แล้วก็ เลิกเรียกชั้นว่าไอ้ซีดซะทีเถอะ ไอ้หน้าปลาจวด.."ชายหนุ่มพูดเสียงเบา ก่อนจะเดินออกนอกร้านไป มีแฮร์รี่ที่ทำหน้างุนงงวิ่งตามไปข้างหลัง

"อะไรกันมัลฟอย ไอ้หมอนั่นมันปากดีเองนะ ออกมาแบบนี้แปลว่านายคิดว่าชั้นก่อเรื่องหรอ"แฮร์รี่เริ่มประท้วงเมื่อมัลฟอยทำท่ายอมรับว่าเขาเชื่อราล์ฟ

"หุบปากไปเลยพอตเตอร์ นายทำให้ชั้นตกงาน ให้ตายสิ อยู่กับนายแล้วซวยเป็นบ้า"

"ตกงาน?...ได้ไง มันเกี่ยวกับนายตรงไหน"

"กฎข้อที่ห้า 'ถ้าคนรู้จักของพนักงานคนใดก่อเรื่อง ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ต้องถูกไล่ออกโดยไม่มีการไต่ถามสาเหตุใดๆทั้งสิ้น' อีกอย่างราลฟ์เป็นลูกเจ้าของร้าน นั่นล่ะคือเหตุผล.."มัลฟอยพูดโดยไม่หันหน้ามา แต่แฮร์รี่ก็รับรู้ได้ถึงความโกรธที่มัลฟอยระงับเอาไว้

"...ขอโทษ..."

"ช่างมันเหอะ...ถึงทำไป ไม่รู้อีกกี่ชาติถึงจะรวย สู้หางานดีๆใหม่ๆทำดีกว่า"มัลฟอยหันมาสบตากับแฮร์รี่ชั่วครู่ ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่ในแววตานั้นไม่เหลือไว้ซึ่งความโกรธอีกเลย

*.....................................................

"นายมั่นใจนะ ไม่ได้บังคับ"แฮร์รี่นั่งคุยกับมัลฟอยบนเตียงท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆของเช้าวันอาทิตย์ วันที่ชายหนุ่มจะพิสูจน์ให้แฮร์รี่เห็นว่าเขาไม่ใช่ผู้เสพความตายอีกต่อไป

"ฮื่อ เลิกย้ำซะทีน่า แต่....ชั้นขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย"

"พูดมาเถอะ ถ้าไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร"แฮร์รี่ตอบรับยิ้มๆ

"อย่าจับกอยล์ได้มั้ย ปล่อยหมอนั่นไป"มัลฟอยพูดเสียงเบา ไม่ยอมสบตากับคนข้าง แทนที่จะมีเสียงไม่พอใจตอบกลับมาแต่กลับกลายเป็นเสียงนุ่ม แฮร์รี่ตบไหล่มัลฟอยเบาๆ ยิ้มกว้าง

"ฮื่อ....ชั้นรับปากว่าจะไม่แตะต้องหมอนั่น ถ้านายบอกเหตุผล แค่สั้นๆก็พอ"

"อยากฟังแน่หรอ..."มัลฟอยถามเบาๆ เขาถอนหายใจเหนื่อยๆก่อนจะเผลอพิงลงบนบ่าของคนข้างกาย"ชั้นกับแพนซี่เคยคบกัน...แต่พ่อรู้ พ่อไม่อยากให้เราสองคนคบกัน ท่านอยากให้ชั้นสืบทอดหน้าที่ผู้เสพความตาย ท่านกลัวแพนซี่เป็นหนอน เลยคิดจะกำจัดเธอออกไปจากชีวิตของชั้น แต่กอยล์เป็นคนออกหน้ารับแทนตลอด เขาซื่อสัตย์ต่อพ่อและต่อชั้น ยอมออกรับแม้กระทั่งตอนที่พ่อจะฆ่า...แพนซี่.....เหตุผลมันก็แค่นี้แหล่ะ ก็แค่อยากตอบแทนบุญคุณเขา เท่านั้นเอง"มัลฟอยหลับตาลงช้าๆ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่านอนพิงกับอะไรอยู่ ร่างบางจึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

"ขอบใจที่เล่าให้ฟัง แล้วก็ขอบใจที่ไม่รังเกียจบ่าชั้น"แฮร์รี่พูดเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมบนเตียงมาใส่ทับอีกชั้น

"ไปได้แล้ว ชั้นจะรออยู่ตรงร้านไอศกรีม อย่าลืมว่านี่คือการวัดใจ ไม่มีการบังคับ มีแต่ความเชื่อใจเท่านั้น"ชายหนุ่มย้ำ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปมีมัลฟอยเดินตามอยู่ห่างๆ

แฮร์รี่นั่งลงที่เก้าอี้กลางแจ้งของร้านไอศกรีมซันเดย์ ชำเลืองมองมัลฟอยที่กำลังเดินเข้าไปในตรอกข้างๆ เลือกที่จะเฝ้าดูห่างๆ

"ว่าไงเดรโก ชั้นมารับคำตอบที่น่าพึงพอใจ"กอยล์ทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ใบหน้าที่กระหยิ่มใจฉาดฉาย รอยยิ้มมุ่งร้ายปรากฎขึ้น ความทะเยอทะยานสุดขีดเริ่มปรากฎเมื่อมัลฟอยเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ

"ว่าไง...ไม่มีเวลานัก เอาเถอะไม่ต้องตอบ ตามมาเดรโก"พูดจบก็หันหลังออกเดิน แต่ก้าวไปไม่เท่าไหร่ เสียงยานคางก็กล่าวถึงคำตอบของคำถามเมื่อครู่

"เสียใจกอยล์ ลืมมันซะ ชั้นจะไม่กลับไป ถึงพ่อต้องการ แต่ชั้นมีสิทธิ์ที่จะเลือก"มัลฟอยพูดเสียงมั่นใจ ใบหน้ายิ้มเยาะของฝ่ายตรงข้ามถูกลบหายไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงแต่ใบหน้าที่ดูโกรธเกรี้ยว

"หมายความว่าไง.. ไม่เคยมีใครคิดจะทำแบบนายหรอกเดรโก! นายมีฝีมือ นายต้องอยู่กับพวกเรา ทั้งชั้น ทั้งนายและทุกคนจะร่วมสร้างกันใหม่ จะยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียง ทุกอย่าง อำนาจ พลังจะเป็นของพวกเรา!!"กอยล์แผดเสียง ย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กกว่า มือหนารวบเข้าที่คอของอีกฝ่ายและดันขึ้นสูงไปกับกำแพง

"..ป..ปล่อย..อ่ะ..ปล่อย..อ่อก...อึก.."แต่เสียงแหบแห้งที่พยายามร้องขอกลับเป็นสิ่งที่ทำให้กอยล์บีบมือหนักขึ้น เหงื่อหยดเล็กๆไหลพราวไปตามหน้าของคนร่างบาง และก่อนที่จำได้ทันตั้งตัว มือที่พันธนาการอยู่ก็ปล่อยออกทำให้เขาร่วงกระแทกพื้น ลงไปนอนคลุกฝุ่นเบื้องล่าง

"ไอ้ขี้กลัว ไม่ได้เรื่อง ถอยไปซะ แค่ฆ่าให้ตายยังทำไม่ได้"เสียงใครอีกคนดังขึ้นข้างๆร่างที่นอนนิ่ง ผู้เสพความตายในชุดสีดำมืดอีกคนดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาช้าๆและชี้ตรงไปยังร่างนั้น

"...อย่าเลยครับ..."กอยล์ปรามเสียงเบา

"เงียบซะไอ้ขี้ขลาด...ไร้ค่าแบบนี้ ปล่อยมันไปซักวันก็แว้งกัด เสียใจแทนท่านลูเซียสจริงๆที่มีลูกแบบนี้"

"แต่ยังไงก็ยังเคยมีความดีความชอบนะครับ..."กอยล์พูดเสียงอ่อน เมื่อนึกย้อนไปถึงสมัยที่เป็นนักเรียน ถึงคนอื่นจะมองว่าเขาเป็นทาสให้กับมัลฟอย แต่ลับหลังแล้วคนนี้ๆไม่ใช่คนอย่างที่คนอื่นกล่าวหาเลย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะฆ่า มัลฟอยแบบนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ยินดีจะเห็นเพื่อนสนิทนอนตายอยู่ตรงหน้า

"...เออ รู้น่า ไม่ต้องย้ำ ....ก็ได้ ถึงฆ่าไป ก็เปลืองเวลา แค่ทำให้มันพูดเรื่องนี้ไม่ได้ก็พอ"สิ้นเสียงเยือกเย็นของผู้เสพความตายที่มาใหม่ ไม้กายสิทธิ์ที่ลดลงกลับชูสูงขึ้น ปากพึมพำคาถาเบาๆ ลำแสงพุ่งออกจากปลายไม้กระแทกเข้ากับร่างที่นอนโอดโอยกับพื้นเต็มแรงจนทำให้มัลฟอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงใกล้ๆและหมดสติไปในทันที

แฮร์รี่หันขวับไปมองตรอกอย่างรวดเร็ว ราวกับได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เขารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก ฝ่ามือใหญ่ของแฮร์รี่กำแน่นที่เสื้อรู้สึกได้ถึงแรงบีบรัดของหัวใจ ด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ในตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าคนที่เดินเข้าไปในตรอกเมื่อครู่นี้จะไม่กลับมาอีกแล้ว.....


Chapter 10

แฮร์รี่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ค่อยๆเดินไปยังตรอกนั่น ...ว่างเปล่า... ความรู้สึกเจ็บแปลกๆเสียดแทงขึ้นมา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความผิดหวังเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เจิดจ้าไปด้วยแสงแดด

"นายทำไม่ได้จริงๆ...มัลฟอย..."แฮร์รี่พึมพำก่อนจะยิ้มโง่ๆให้ตัวเอง เขาหมุนตัวกลับแต่ก็เตะถูกบางสิ่งที่อยู่บนพื้น ชายหนุ่มก้มลงมองบางอย่างที่ดูเหมือนกองผ้าเปื้อนฝุ่นแต่สิ่งนั้นกลับเป็น...มัลฟอย แฮร์รี่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆร่างนั้น มือสั่นเข้าประคองต้นคอของคนร่างบางที่นอนไร้สติ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาเท่านั้น ผมบลอนด์โชกไปด้วยเลือดไหลไปตามใบหน้าสีซีดทำให้แฮร์รี่ใจเสียยิ่งกว่าเดิม

"อดทนหน่อยนะมัลฟอย..."แฮร์รี่กระซิบเสียงแผ่วก่อนจะแบกร่างบางออกวิ่งตรงไปยังโรงแรมทันที

*...............................................

"ไม่หนักมากหรอกแฮร์รี่ หัวแตกเป็นรอยยาวคงจะกระแทกกับของแข็ง แขนเดาะแล้วก็มีรอยไหม้ของคาถาบริเวณกลางอก"เสียงนุ่มดังมาจากหญิงสาวที่มีใบหน้าล้อมไปด้วยผมสีน้ำตาลฟู คิ้วของเธอขมวดเป็นปมเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนชาย

"อย่าเครียดไปเลย เธอหัดห่วงตัวเองซะบ้างเถอะ พักผ่อนไม่กี่วันก็หาย"เฮอร์ไมโอนี่พูดปลอบใจคนข้างๆที่ตอนนี้ทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้

"ที่ชั้นห่วงคือรอยไหม้นั่นมากกว่า หมอนั่นโดนคาถาอะไร"แฮร์รี่เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เพื่อนสาวเม้มปากก่อนจะสั่นหัวค่อยๆ

"รอมัลฟอยตื่นแล้วเธอค่อยถามดีกว่า เดี๋ยวชั้นต้องกลับแล้วนะจ้ะ ไปล่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะแฮร์รี่"เฮอร์ไมโอนี่เขย่งตัวหอมแก้มชายหนุ่ม ก่อนจะถอยหลังไปสองสามก้าว

"ขอบคุณมากนะ ต้องให้เธอช่วยทุกทีเลย"

"ต้องมีค่าตอบแทนด้วยนะ...อย่าลืมไปงานแต่งงานล่ะ"เฮอร์ไมโอนี่ขยิบตาให้เขาแวบหนึ่งก่อนจะหายตัวไปพร้อมกับเสียงป๊อปเบาๆ แฮร์รี่มองบริเวณที่เคยมีเฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ประมาณสามวิก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงที่มัลฟอยนอนอยู่ แฮร์รี่เอื้อมมือไปลูบผ้าพันแผลบนหน้าผากก่อนจะยิ้มให้ร่างไร้สติ

"ขอโทษ..."แฮร์รี่พูดเบาๆก่อนจะปล่อยให้ความเงียบค่อยๆกลืนกินไปช้าๆ ท่ามกลางความมืดที่ครอบคลุมลงมาเรื่อยๆ ร่างสูงก็ฟุบหลับไปบนมือของคนตัวเล็กนั่นเอง

*..................................................

เปลือกตาหนากระพริบถี่ๆก่อนจะเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวมรกต ประกายข้างหน้าเริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆและเห็นชัดในที่สุด....ตาสีเทาซีดกำลังจ้องตอบกลับมา....แฮร์รี่ยันตัวลึกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจก่อนจะโผเข้ากอดคนข้างหน้า แฮร์รี่ยิ้มกว้างและกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ ให้แน่ใจว่าคนๆนี้ยังนั่งอยู่....

"คุณเป็นใคร"คำพูดแปลกประหลาดคำแรกที่พูดออกมารู้สึกโหวงเหวงอย่างประหลาด แฮร์รี่คลายกอดออกก่อนจะจ้องมองคนข้างหน้าอย่างไม่เชื่อหู

"อะไรนะ..."

"ผมถามว่าคุณเป็นใคร"คนตัวเล็กพูดซ้ำอีกครั้ง

"อย่าล้อเล่นน่ะมัลฟอย ชั้นแฮร์รี่ พอตเตอร์ไง"

"แฮร์รี่ พอตเตอร์?...โทษทีครับ ผมไม่รู้จักคุณ บางทีคุณอาจจะจำคนผิด.."

"จะผิดได้ยังไง! ก็นี่ไงชั้นแฮร์รี่ ส่วนนายคือมัลฟอย!"เสียงของแฮร์รี่ดังขึ้นเรื่อยๆ มือของเขาเสยผมที่ปรกหน้าออกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่บ่งบอกความเป็นตัวเขา

"....มัลฟอย? เอ่อ..ช่วยอธิบายผมหน่อยได้มั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น"คำพูดนี้ย้ำได้อย่างชัดเจน...คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว....

"นี่นาย....จำอะไรไม่ได้จริงๆหรอ...."เสียงของแฮร์รี่สั่น ชายหนุ่มมองเข้าไปในตาสีซีด สิ่งที่เห็นไม่คุ้นเคย ไม่มีความเย็นชา ไม่มีความหยิ่ง คนๆนี้กลายเป็นคนธรรมดาไม่ใช่เดรโก มัลฟอยที่เขารู้จัก

"ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าอะไรทำให้คุณเศร้า แต่จงยิ้มไว้นะครับ ถึงจะแย่ขนาดไหนก็จงอย่าสูญเสียรอยยิ้มที่มีค่า..."มือนิ่มของชายหนุ่มจับใบหน้าของร่างสูงช้าๆ แผ่วเบา...

กิริยามารยาทนั่น ความอ่อนโยน ความห่วงใยที่แฝงไว้ในคำพูด....ไม่ใช่เดรโก มัลฟอย.........ไม่ใช่อีกต่อไป.....หมอนั่นหายไปแล้วจริงๆ....

แฮร์รี่ลุกขึ้นเงียบๆ รอยยิ้มที่จางหายไปเริ่มปรากฎให้เห็น เสียงประตูห้องปิดตามหลังไป ความรู้สึกเย็นเยียบที่แผ่นหลังซึมไปถึงขั้วหัวใจ

"ดีแล้วไม่ใช่หรือไง นายคือคนใหม่ ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืดอีกต่อไป.......แต่ทำไม...ในเมื่อรู้อย่างนั้น....ทำไม....ต้องเจ็บแบบนี้ด้วยนะ..."

"น่าจะดีใจแท้ๆไม่ใช่หรือไง..."


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แกว๊กกก น้องเดรเป็นไร!!!
แต่ก็ต้องมีทางแก้สิน่า..

ป.ล. มันจะมีทั้งหมดกี่ตอนคะเนี่ย...? ถามไว้ก่อนน่ะค่ะ ^^"

#1 By ASHLEY :) on 2005-12-19 22:13

แปะไว้ก่อนครับ เดี๋ยวอ่านน้า ~ ^^

/me สบตาเอาไว้ ~ แล้วทุงคู่จะชื่นบาน ฮืม ฮือ ~ ( โบกผ้าเช็ดหน้าด้วยนะเคอะ )

#2 By H Y D E ★ Z o r a ` on 2005-12-20 14:14