ปิดเทอมนี่มันไม่มีอะไรให้ทำเลยรึไงวะ น่าเบื่ออ่า.....- -

ทำกราฟฟิกก็ไปไม่รอด ตอนนี้ตั้งใจเปลี่ยนใหม่แล้วว่าจะเรียนศิลป์ ออกแบบโฆษณา สู้ตายเว้ยยยยยย

เตรียมเปลี่ยนธีมด้วย พี่มันบอกว่าธีมเน่าแถมจืดอีกต่างหาก แต่ชอบสีดำนี่หว่า เดี๋ยวก็ขาวดำจริงๆซะเลยดีมั้ย เอาให้มืดตื๋อไปเลย

ใครว่างออกความคิดเห็นทีว่าหน้าตาอย่างเรา ธีมสีอะไรดี .....

แล้วก็พรุ่งนี้ไปดรีมเวิลด์(ไปอีกและ) เดี๋ยวจะขึ้นไวกิ้งปริญญาเอก เล่นทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้น รถเมล์ผีนั่น รอบก่อนทำเอาเกือบอ้วก ไม่ได้เสียวซ่านเล๊ยยยยยยย ให้ตายเถอะ

ร้อนตับแลบเลยเฟ้ยยยยยยยยยยยยยย -_-"

แปะฟิคซิริลูครั้งแรกที่แต่งดีก่า แม่ง แต่ฟิคนี้ไม่ค่อยได้เรื่อง ก็ฟิคสด ก็แค่อยากแต่งเฟ้ยยยยยยยยยยย อย่าเอาอะไรมากเลย

Title: The Mirror [ถ้ากระจกเงาของซีเรียส ไม่ได้อยู่กับแฮร์รี่]
Author : Kyosan
Pairing : SB/RL
Rate : G
Comment : คอมเม้นในเนี้ยแหล่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------

..จะมีกระจกเงาซักบานมั้ยนะ ที่จะสะท้อนความรู้สึกลึกๆในจิตใจคนได้นอกจากเอริเซด..
สะท้อนส่วนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ หรือเจ้าของจิตใจมิปรารถนาจะเปิดเผย
...จะมีหรือเปล่า...


"ซีเรียส นายว่าในโลกนี้มีกระจกเงาที่สะท้อนความรู้สึกมนุษย์มั้ย"เด็กหนุ่มผลน้ำตาลยาวประบ่าเอ่ยถามเพื่อนรักที่เดินอยู่ข้างๆ ซึ่งคำตอบของอีกฝ่ายก็คือใบหน้าฉงน

"เอริเซดไง จะมีกระจกที่ไหนปราดเปรื่องเท่าบานนั้น จริงมั้ย"หนุ่มผมดำอีกคนตอบแทนก่อนจะกระทุ้งคนตัวเล็กข้างๆเพื่อขอเสียงสนับสนุน

"อืมมมม ใส่แล้วเจมส์ ถูกต้อง จริงมั้ยรีมัส ซีเรียส"ชายผู้ที่เพื่อนๆเรียกกันว่าหางหนอนยิ้มเห็นด้วย

"ไม่สิ ฉันหมายถึงกระจกเงาที่นอกเหนือจากเอริเซดต่างหาก"

"ทำไม นายอยากได้หรอรีมัส"หนุ่มผมเข้มข้างๆถาม ใบหน้าที่เจ้าเล่ห์และขี้เล่นตลอดเวลามีแววจริงจังเป็นครั้งแรก

"แค่ถามไปเท่านั้นแหล่ะ ช่างเถอะ"รีมัสหันมาบอก ผมน้ำตาลนุ่มถูกสะบัดไปข้างหลัง ใบหน้าสดใสจ้องมองคนตรงข้ามก่อนจะเร่งฝีเท้ามากขึ้น"วิ่งดีกว่ามั้ยพวกนาย อีก2นาที ไม่ทันศ.บินส์แน่"ว่าแล้วก็วิ่งตรงนำเพื่อนๆไป

"มาเร็ว เขาแหลม หางหนอน เท้าปุย!"ผู้ซึ่งเรียบร้อยที่สุด ไม่น่าจะวิ่งมากที่สุดร้องเรียกเพื่อนๆอยู่ข้างหน้า ก่อนจะหายลับไปเมื่อเลี้ยวมุมตึก


หลังจากวันนั้น ไม่มีใครติดใจสงสัยในคำถามของลูปินอีก นอกจากซีเรียสที่เฝ้าหากระจกบานที่ว่า เขาเชื่อว่าในโลกเวทมนตร์คงจะมีกระจกประเภทนี้มากมายเสียจนเลือกไม่ถูก แต่เขาคิดผิด ซีเรียสเฝ้าหากระจกบานนั้นแต่เขาจะพบ

เพียงคำตอบที่กล่าวถึง เอริเซดบาน เดียวเท่านั้น


"รีมัส..."เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆเรียก สายตาคมเข้มจับจ้องอยู่ที่ห่อผ้าสักหลาดเล็กๆในมือโดยไม่ได้มองอยู่ที่หน้าอีกฝ่าย สร้างความแปลกใจให้กับผู้ถูกเรียกชื่อเมื่อครู่พอสมควร

"มีอะไรหรือเปล่า เรียกแล้วก็นั่งนิ่งซะเอง นายจะเอานี่หรอ"ว่าแล้วก็ยกเรียงความวิชาปรุงยาขึ้นก่อนจะยื่นให้อีกฝ่ายที่เอาแต่ส่ายหัว

"หรือว่ายืมปากกา& quot;สิ้นเสียงก็ล้วงปากกาขนนกอีกอันในกระเป๋าและวางไว้ตรงหน้าของฝั่งตรงข้ามและก้ม
หน้าก้มตาทำการบ้านต่อ ไม่รู้สึกเอะใจแม้แต่น้อย

"รีมัส..."ซีเรียสเรียกอีกครั้ง และสายตาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่ห่อผ้าเช่นเดิม ในที่สุดเขาก็ประสบผลสำเร็จ รีมัส ลูปินเบนความสนใจมายังมือของเขาแล้ว

"อะไรของนาย ใช้วิธีนี้อีกแล้ว"ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อนรักมากขึ้น

"นายยังจำกระจกที่นายพูดถึงเมื่อตอนพวกเราอยู่ปี6ได้มั้ย"

"....."

"ว่าไง"

"อืม แค่แปลกใจเท่านั้นแหล่ะ ไม่คิดว่าคนอย่างนายจะจำได้ด้วย ฮ่ะๆๆๆๆๆ"

"ถ้าไม่ใช่นายพูด ฉันไม่จำให้เปลืองสมองหรอกน่า!"อีกฝ่ายเถียงกลับด้วยใบหน้าที่อมชมพูเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่ถึง10วินาที เขาก็พึ่งรู้ว่าตัวเองพูดอะไรไป"หมายถึงถ้าเป็นเรื่องของพวกเราน่ะ.."

"อืม... แล้วทำไม นายหาเจอหรอ"

"เปล่าหรอก ไม่เจอ แต่ฉันว่าบานนี้ใกล้เคียงนะ"พูดจบ ก็แกะห่อผ้าเล็กๆออก เผยให้เห็น กระจกเงาแผ่นเล็กๆสองแผ่นวางซ้อนกันอยู่

"ใช้ยังไง"คำถามแรกที่มาจากรีมัสหลังจากเห็นกระจกเงาสองแผ่นนี้

"นายถือเอาไว้ แล้วนั่งตรงเก้าอี้ตัวนั้น แล้วนายก็เรียกชื่อฉันผ่านกระจก& quot;สิ้นเสียงก็ยื่นกระจกแผ่นหนึ่งให้อีกฝ่ายซึ่งรับเอาไว้และเดินไปนั่งที่เก้าอี้
หน้าเตาผิง

"ซีเรียส....ซีเรียส แบล็ก"ทันใดนั้น ใบหน้าของเพื่อนรักที่เมื่อครู่นี้นั่งอยู่ข้างๆก็ปรากฏอยู่บนกระจกแทน ใบหน้าที่สาวๆต่างชื่นชอบยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มทะเล้นแบบที่ทำเป็นประจำ

"ไง สะดวกดีใช่มั้ยล่ะ เวลาโตไปแล้วนายจะติดต่อฉันก็แค่ตะโกนชื่อฉันผ่านกระจกของนาย"ซีเรียสเงยหน้ามองรีมัสตรงๆ ก่อนที่พูดต่อ โดยที่ไม่ได้ผ่านกระจกเหมือนเมื่อครู่นี้

"ถึงมันจะไม่เหมือนเอริเซดนะ แต่ต่างกันที่เราจะรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยจริงมั้ย ฉันคงมีความสุขกว่าถ้าได้รู้ความรู้สึกนายมากกว่าความรู้สึกฉันเอง.....จะได้รู้ว่านายสบายดีหรือว่าเจ็บป่วยตรงไหนบ้างไง"ซีเรียสเติมประโยค

ตอนท้ายเพิ่มเข้าไปเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย ไม่ให้รีมัสรู้ว่าเขากำลังแอบซ่อนความรู้สึกอะไรเอาไว้...


*.............................................

รีมัส ลูปินคนปัจจุบันนั่งอยู่ในห้องนอนของเขา บนเตียงเก่าๆที่มีฟูกสีน้ำตาลวางรองไว้ เขาหวนคิดถึงความทรงจำสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์..

......สมัยที่ยังมีซีเรียสยืนอยู่ข้างๆเขาเสมอ......

.....มันเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วนะ ที่ฉันเห็นนายครั้งสุดท้ายที่นั่น.....

ลูปินยิ้มกับตัวเอง มือเรียวยาวของเขาคว้าเอากระจกแผ่นเล็กตรงหัวนอนขึ้นมาส่อง ....มันสะท้อนเป็นหน้าของเขาเอง...ลูปินมองกระจกในมือ ขอบตาของเขาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว

"ซีเรียส... ซีเรียส แบล็ก..."ลูปินเอ่ยอย่างแผ่วเบา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากไอน้ำ ก่อนที่มันจะจางหายไปช้าๆ

"ซีเรียส แบล็ก"ลูปินเรียกอีกครั้ง แต่เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ในสัปดาห์นี้ ในครั้งแรกเขากลัวกับคำตอบที่จะได้รับ จนถึงตอนนี้ความกลัวกลับกลายเป็นความด้านชาไปเสียแล้ว ไม่ว่าเขาจะเรียกด้วยน้ำเสียงแบบใด

...ลูปินเข้าใจอยู่แล้วว่าซีเรียสไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไป....เปลือกตาบางปิดลงอย่างแผ่วเบา ซึ่งเป็นสิ่งที่บีบให้น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลลงมาตามแก้มขาวและหยดลงบนบานกระจกที่สั่นระริกอยู่ในฝ่ามือ

และอีกไม่ช้า น้ำตาหยดอื่นๆก็ตามมาราวกับสายน้ำไหล

....'ฉันคงมีความสุขกว่าถ้าได้รู้ความรู้สึกนายมากกว่าความรู้สึกฉันเอง' .... คำๆนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาราวกับเสียงสะท้อนที่ไม่มีวันรู้จักจบสิ้น

ตั้งแต่วันที่ได้กระจกมาวันแรก ลูปินรู้มาตลอดว่าซีเรียสพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ คำพูดที่ถูกเติมแต่งประโยคต่างๆ ลูปินรู้แต่แรกว่าเป็นแค่คำเติมแต่ง

จริงอย่างที่ซีเรียสบอก...กระจกบานนี้สามารถสะท้อนความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ และลูปินก็รู้มาตลอดอีกเช่นกันว่า...ซีเรียสคิดยังไงกับเขา...

"แต่มันจะสำคัญยังไงถ้าฉันไม่ได้เห็นหน้านายอีกแล้ว ซีเรียส..."

ข้อมือเรียวบางถูกเหวี่ยงไปข้างๆตัวพร้อมกับนิ้วมือที่กางออก......เศษกระจกเงาบานที่เป็นสื่อให้คนสองคนกองอยู่ตรงมุมห้อง เศษเสี้ยวของบานกระจกแผ่นเล็กที่สะท้อนให้ต่างฝ่ายต่างรับรู้ความรู้สึกของกันและกัน


...แต่จะสำคัญอะไรถ้าต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครกล้าเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา...จนบางครั้งทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

โอกาสในชีวิตคนเรามีหลายครั้ง แต่ไม่ได้มีบ่อย จนหลายคนปล่อยให้โอกาสผ่านไปเพราะเขาเอาแต่คิดว่าโอกาสหน้าก็มีอีก เป็นโอกาสที่ดีกว่า และคงจะมาถึงในไม่ช้า
แต่บางที โอกาสอาจไม่มีอีกแล้ว และทุกอย่างก็คงจะสายเกินไป...


The End


edit @ 2006/02/26 14:15:37

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันสวยอยู่แล้วนา ,, แต่จะว่าไปมันก็เรียบๆ จืดๆ ไปนะ
ลองสีแดง-ดำสิ เหอะๆ

ป.ล. http://pinkiinee.exteen.com/20051017/entry อันนี้วิธีทำเส้นประนะ

#1 By ASHLEY :) on 2006-02-26 14:16

โหะๆ ชอบคู่นี้จิง O_o
เชียร์มานานละ
บียังแต่งหนุกหนานเหมือนเดิม
สำนวนงี้สุดยอด ขอน้อยขอคารวะ

#2 By ~ ZENITH ~ on 2006-02-26 14:31

ลูปินนี่ฉลาดดีแท้...สำนวนดีอ่ะ เนื้อเรื่องก็..ชอบอ่ะ >_<
ไม่ได้อ่านฟิค Y มานานแล้ว... ชอบเรื่องนี้จัง ^^

#3 By J u N e __ P o T T e R on 2006-02-26 19:45

จิงๆสว่นตัวชอบบล็อคสีขาวนะ อ่านง่าย สว่างดี แต่บล็อคตัวเองกลับไม่ค่อยใช้สีขาวเลยให้ตาย

เรื่องเรียน ก้อลองค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ ซักวันก้อจะเจอทางที่ตัวเองชอบเองนะจ๊ะ พยายามเข้า
จริงๆแล้ว ขาว-ดำ มันก็ดูดีอยู่แล้วนะ
โปร่ง โล่ง สบาย คนอ่านไม่เวียนหัว
แต่ถ้าจะเปลี่ยนเหรอ .... บอกไม่ถูกแฮะว่าสีไรดี มันก็แล้วแต่เจ้าของบล็อคสินะ

ฟิค ... ชอบ 2 ย่อหน้าสุดท้ายที่สุด

#5 By Joe H. Potter on 2006-02-27 11:00

โฮ้ววว ~ พริ้วอย่างงาม ...
สำนวนสละสลวย ชอบฮ้าบบบ ><''

บล็อกสีนี้แหละ เยี่ยมแล้วฮะ ^^ สบายตาดีน้า ~

#6 By H Y D E ★ Z o r a ` on 2006-02-27 19:47

อัพไดยัง รออ่านหุหุ

#7 By Mind (58.8.43.78) on 2006-02-28 19:47

แว๊กๆ ชอบฟิคอย่างแรงกล้า (ถึงแม้ว่ากระผมเชียร์ SB/SS ก็เถอะนะ )

ธีมใหม่สวยดีค่ะ แล้วเคอร์เซอร์น่ารักเชียว เหอๆ

#8 By -*-JJaa-*- on 2006-03-02 12:51