เหตุผลที่คนไม่เจริญ
posted on 01 May 2008 17:46 by nakyorusanto
วันนี้อยากลองมาเขียนบทความภาษาไทยตามการจำแนกความคิดแบบessayภาษาอังกฤษค่ะ
อาจจะเป็นเพราะเจอเรื่องที่ทำให้อารมณ์เดือดๆ ก็เลยทนไม่ได้ มาระบายดีกว่า จะเข้ามาแหกปากด่าก่นแบบไร้มารยาทในบล็อกแบบที่เคยทำคงไม่ดีเท่าไหร่
เลยขอเป็นแบบบทความที่ดูมีสาระบ้างดีกว่า
เบื่อแสนเบื่อกับพวกกระทู้รณรงค์ในบอร์ดที่ตัวเองเล่นว่าอยากให้หยุดโพสฟิคที่มีฉากเพศสัมพันธ์
อยากให้รณรงค์ภาษาไทย เปลี่ยนจากคำว่ามั้ยมาเป็นไหม -*- ที่จริงบอร์ดนั้นเคร่งครัด เรื่องภาษา
มากกว่าอะไรอื่นเลยนะคะ แต่ว่าเค้าอนุโลมในกับกรณีลากเสียงยาวๆตามภาษาพูดกับกรณี
เปลี่ยนเสียงเพื่ออรรถรสได้ เช่นจริงๆน้าาาาาา อะไรเทือกนั้น
กระทู้นั้นทำให้อ่านแล้วแบบว่า จะจริงจังกับชีวิตมากไปมั้ย เลยขอเขียนซักหน่อยค่ะกับเรื่อง
"เหตุผลที่คนไม่เจริญ"
ขอนำเสนอแบบเอสเสเลยนะคะที่มีสามแนวคิดรวมเป็นหัวข้อเรื่อง(อาจารย์สอนมาอย่างดี) ถึงแม้ว่าเหตุผลที่ถ่วงความเจริญคนเรายังมีอีกมากมายแต่ขอนำเสนอสามแง่นี้ละกัน
เพราะจขบ.เห็นบ่อยและบางทีก็เป็นซะเองด้วย ฮ่าๆ
เหตุผลแรก >> ตั้งกรอบให้กับความคิดตัวเอง
คนเราตั้งกรอบความคิดให้ตัวเองก็ดีบ้างค่ะ แต่อย่าให้กรอบมันมาบังคับความคิดเราว่า
เราต้องคิดอย่างนู้นนะ เราคิดแบบนี้ไม่ได้คนเค้าจะไม่ชอบ อะไรแบบนั้น ทำให้กลายเป็น
คนประเภทที่ว่า อะไรนอกกรอบก็เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ดีไปเสียหมด ไม่ฟังคนอื่น ยึดติดกับ
สิ่งที่ตัวเองเชื่อ เป็นคนที่แบบว่า"ก็ทำไม ฉันจะเชื่อแบบนี้" แต่ไม่นับรวมการเสี้ยมสอน
ตั้งแต่เด็กนะคะ เพราะถึงจะถูกสั่งสอนมาอย่างไร ถ้าเพียงแต่เป็นคนที่คิดด้วยตัวเองเป็น
แล้วมันก็ไม่มีปัญหา(ยกเว้นพวกที่คิดอะไรเองไม่เป็น ต้องรอให้คนอื่นคิดแทนให้)
คนแบบนี้แหล่ะที่เจอแล้วเบื่อมากกก แล้วก็เจอบ่อยซะด้วยสิพวกที่ไม่คิดอะไร หน้ามืดตามัว
อะไรไม่ตรงกับค่านิยมตัวเองก็ด่ากระจาย ยิ่งพวกที่พยายามจะทำให้คนอื่นเป็นแบบนั้นตามตัวเองอีกหละ
โลกมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ มันพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ มันหมุนย้อนกลับไม่ได้แล้วค่ะ
เอาแต่คิดอย่างเดิม พยายามยึดตัวเองอยู่กับจุดเดิมๆ ไม่ประยุกต์ความคิดเข้ากับโลกปัจจุบัน
เค้าจะหาว่าซีเรียสกับชีวิตและหัวโบราณเอานะคะ
แต่ไม่ใช่ว่าคิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่ดูบ้านเมืองตัวเองนะคะ ของแบบนี้ก็ต้องรู้จักรับรู้จักแบนเป็น
แบบไหนดีก็ใช้มันเข้าไปแบบไหนที่ไม่ไหวก็ต้องติติงเอาไปขบคิดกันบ้างเป็นธรรมดาค่ะ
เค้าถึงได้มีคำว่าวิจารณญาณ ให้คุณได้ตัดสินกันเอง ด้วยตัวเองว่าเรื่องแบบนี้คุณจะเก็บตรงไหนไปคิด
กรอบความคิดคนเรามันยืดหยุ่นกันได้นะคะ เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมคนอื่นถึงคิดเรื่องอะไร
ซักอย่างหนึ่งได้แต่เราคิดแทบตายแต่คิดไม่ออก ก็เพราะว่ากรอบความคิดคนเราไม่เหมือนกัน
บางคนมีกรอบความคิดที่พลิกไปมาได้ ทำให้เขาคิดอะไรได้แปลกกว่าคนอื่น
แต่บางทีเรื่องที่คิดก็อาจไม่เป็นที่ยอมรับ ก็เพราะว่าเขาคิดนอกกรอบของคนส่วนใหญ่ น่าเสียดายออก
เพราะบางทีไอเดียเขาอาจจะจริญก็ได้
เหตุผลที่สอง >> ชอบกำหนดความคิดของคนอื่น คิดว่าคนอื่นด้อย
ไม่เคารพความคิดของใคร ฉันถูกคนเดียว หรืออีกแง่ก็คือตรงข้ามกันเลย
ชอบให้คนอื่นกำหนดความคิดให้ คิดว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง
และเคารพความคิดของคนอื่นมากไปจนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง
มันอาจจะดูปนๆกับประเด็นข้างบนนะคะ(เขียนไปเขียนมาแล้วงง -*-) คนแบบนี้อาจจะเจอบ้างค่ะ
พวกที่อะไรยังไงก็ได้เนี่ย(ตัวเองก็เป็น ฮาาา)
อย่างประเด็นที่เบื่อมากคือการกำหนดความคิดให้เด็ก คิดว่าเยาวชนโง่จนต้องแนะนู่นแนะนี่ไปหมด
ไม่เปิดช่องว่างให้พวกเขาได้คิดเอง(แต่เยาวชนบางคนก็เกรียนจนเกินจะปล่อยให้คิดเองได้
กรณีนั้นคงต้องเข้มงวดค่ะ^^)
โดยส่วนตัวจขบ.คิดว่าบุคคลที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี
แม้สภาพแวดล้อมจะไม่ดีแต่ถ้าถูกหัดให้รู้ผิดรู้ถูก"ด้วยตัวเอง"พร้อมกับได้รับคำชี้แนะ
อย่างใกล้ชิดเนี่ยก็สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ค่ะ เพราะว่าจขบ.โตขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ถูก
ให้คำแนะนำเรื่องเพศ เรื่องอบายมุขแต่อย่างใด แต่ก็รู้ด้วยตัวเอง(สื่อก็ประโคมขนาดนั้นเนาะ -*-)
อยากให้ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่รู้ว่าบุตรหลานของท่านที่โตแล้ว(ไม่ใช่อินโนเซนต์บอยออร์เกิร์ลและไม่ใช่เด็กเกรียน)ฉลาด
และสามารถเป็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติได้นะคะ บางเรื่องมันรู้สึกว่าตักเตือนหรือเข้มงวดกันจนน่ารำคาญไปรึเปล่า
เด็กๆสำหรับการห้ามมันก็คือการยุนั่นแหล่ะ การรู้ว่าเลวเป็นยังไงก็ไม่จำเป็นจะต้องเลวไปด้วยนี่คะ
การรณรงค์เป็นสิ่งที่ดีค่ะ สนับสนุนแต่ว่าก็ต้องสำคัญที่ผู้ปกครองด้วย
(พิมพ์ไปๆมาๆมันเหมือนเป็นหัวข้อปัญหาครอบครัวแทนยังไงไม่รู้ -*-)
เหตุผลที่สาม >> รับฟังแต่ไม่คิดจะปรับปรุง ปากว่าแต่ตาขยิบ
พวกที่เอาแต่ฝอยเป็นคุ้งเป็นแควแต่ไม่เห็นจะทำอะไรได้เรื่องขึ้นมาซักอย่าง(ตัวเองก็เป็น -*-..เครียดจริงๆ...)
ไหนจะคนที่คิดเป็นแต่ไม่กล้าทำอีกหรือทำแต่ไม่เต็มที่ พอผลไม่ดีก็พาลโทษฟ้าโทษฝน หาว่าโดนกลั่นแกล้ง
โชคร้าย สวรรค์ไม่ช่วย ดวงตก อะไรแบบนั้น มันก็ไม่เจริญซักทีเพราะไม่โทษตัวเอง ทำให้เราไม่คิดจะพัฒนา
แล้วก็อีกหลายเหตุผลเลยค่ะที่ทำให้คนเราไม่เจริญ ต้องก้าววนไปวนมาซ้ำๆอยู่ที่เดิม
หรือตกต่ำลงเรื่อยๆตามจิตใจที่ต่ำลงด้วยเช่นกัน
จบก่อนละกันค่ะ เมื่อยแล้ว ไม่เคยพิมพ์เยอะขนาดนี้เลย แล้วก็ขอแจงจุดมุ่งหมายด้วยค่ะ
จุดมุ่งหมาย เปล่าค่ะ ไม่ได้คิดจะด่าว่าใครหรือพาดพิงใดๆทั้งสิ้น มันแค่มีสิ่งที่สะกิดใจและมันก็เป็นเรื่องที่สร้างความเบื่อหน่ายให้จขบ.มานานแล้วค่ะ
แล้วก็ไม่ใช่ว่าจขบ.จะเลิศเลอเพอร์เฟคอะไรหรอกนะ นิสัยแบบข้างบนก็เคยมีมาทั้งนั้นค่ะ
แต่พยายามลดละเลิกเพราะมันมีแต่จะทำให้สุขภาพจิตตกต่ำและพัวพันไปถึงเรื่องอื่นทำให้มันแย่ลงอีกด้วย
แค่อยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้เข้าใจถึงความคิดของจขบ.เท่านั้นค่ะ ไม่ใช่จะเข้ามาเอะอะหรืออยากเปลี่ยนความคิดใคร ขอยืนยันด้วยเกียรติของเนตรนารีรุ่นใหญ่ค่ะ(ยศสูงสุดที่เคยมี -*-) ไม่ต้องการให้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรค่ะ
เป็นแค่ความคิดเห็น ไม่มีผลต่อชีวิตประจำวัน เหมือนการที่คุณกินหมู มีคุณบอกให้คุณกินผัก
คุณก็แค่ปิดหูซะก็จบ แต่ว่าคุณก็แค่ฟังๆเอาไว้ เพราะว่าการที่ไม่ฟังอะไรเลยก็จะเข้าอีหรอบเดียวกับเหตุผลข้อหนึ่งอีก
อ่านแล้วติชมก็พอค่ะ อยากรู้ว่าบทความที่เขียนเป็นยังไง มันมองในมุมของตัวเองก็ไม่รู้ค่ะว่ามันโอนเอียง
หรือย่ำแย่ตรงไหนหรือเปล่า อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงเท่านั้นเองค่ะ
ขอบคุณค่ะ ถ้าใครที่อ่านจนจบ ^^ แล้วก็ไม่ต้องแอดเฟฟใดๆทั้งสิ้นนะคะ(ขอหลงตัวเองนิดหนึ่ง)
เพราะว่านี่คงเป็นเอ็นทรี่มีสาระในรอบร้อยปี คงอีกนานค่ะกว่าจะอัพหรือกว่าจะมีเรื่องมีสาระมาพิมพ์อีก
อ่านกันสบายๆนะคะ ใครซีเรียสกับชีวิตก็อย่าเก็บไปคิดนะคะ เดี๋ยวป่วย
คนเจริญ ประเทศก็เจริญ โลกก็เจริญ กาแล็กซี่ก็เจริญค่ะ
ฉันเลิกเล่นบอร์ดที่เมืองไทยและว่ะ แม่งมีแต่พวกงี่เง่า โง่แล้วอวดฉลาด กูไปคุยกับฝรั่งดีกว่า ด่ากันเจ็บๆดีทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆ
ลูเห็นด้วยกับเอ็นทรี่นี้นะ แต่ว่า ในทางปฏิบัติจริงมันยากกว่านั้น
ถ้าดูตามเหตุผลแรก...
เราอาจจะมีความคิืดที่ดี พัฒนาสังคมได้ แค่นอกกรอบวัฒนธรรมออกไปหน่อย ก็ไม่มีทางที่ความคิดนี้จะรอดแล้ว คนแรกที่ต่อต้าน ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คงเป็น พ่อแม่เราเอง ที่จะบ่นว่า คิดแบบนี้ได้ยังไง ใครยัดเยียดอะไรมาเนี่ย ฯลฯ
อยากให้คนเราเปิดกว้างด้านความคิดมากกว่านี้จริงๆนะ ไม่ใช่แค่แปลกออกมาหน่อยเดียวก็ถูกหัวเราะเยาะ ถูกสังคมประนาม
ชอบเหตุผลข้อที่สองเป็นการส่วนตัว
นอกจากการยอมรับไม่ต่อต้านความคิดคนอื่นแล้ว เราก็ควรจะเคารพความคิดเขาด้วย อย่าไปยัดความคิดเราให้กับคนอื่น
ข้อสามลูว่าแก้ยาก 555
มันเป็นนิสัยส่วนตัวมากกว่าจะเกี่ยวกับการคิดนะ
#1 By Luscinia on 2008-05-01 20:42