My-Fictions

[Fic : HP/DM] Water and Oil [Y One-shot]

posted on 10 Jun 2007 19:43 by nakyorusanto  in My-Fictions

ที่จริงฟิคนี้ก็จบไปนาน เขียนไว้นานมากแล้ว แต่นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้เอามาเก็บในบล็อกเลย
ก็เลยเอามาลงซักหน่อย กันดองบล็อกด้วย(เลวจริง)

ใครยังไม่อ่านก็เชิญได้นะจ้ะ
------------------------------------------------------------------------
Title: Water and Oil
Pairing : HP/DM
By : Kyosan
Rate : Y [G]
(Song : เกิดมาแค่รักกัน (ถ้าเปิดด้วยก็จะดี))


..........นานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งแต่ที่เราเจอกันครั้งแรก.............
...............นานแค่ไหน ที่เรารู้ว่าไม่ได้มีอุดมการณ์เดียวกัน..........

...........มันผ่านมากี่วันกี่คืนแล้วนะ นับตั้งแต่ที่ฉันต้องหันหลังให้นาย......ตลอดกาล.........

"มีอะไร ดึกดื่นป่านนี้แล้ว..."สุ้มเสียงทุ้มสงบ ที่ไม่ว่าฟังกี่ครั้งก็ยังอบอุ่น ดังขึ้นขัดความเงียบยามรัตติกาล เจ้าของเสียงนั้นยังคงเดินเข้ามาหา 'ทั้งที่ไม่ได้ต้องการเลยซักนิด...ไม่ได้ต้องการให้เข้ามาใกล้มากแบบนี้'

"หยุดอยู่แค่นั้นเถอะพอตเตอร์.....ไม่ต้อง..เดินเข้ามาอีกแล้ว...."เสียงที่สั่นเครือนั้นกลับเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้มาเยือนเดินเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น

"ถ้าฉันจะเดินเข้าไปอีกล่ะเดรโก เดินเข้าไปอีกก้าว.... นายจะทำอะไร..."คนร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้เรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดินจนกว่าจะแตะตัวอีกฝ่ายถึง

"พรุ่งนี้ใช่มั้ย พรุ่งนี้ก็จบภาคเรียนแล้ว.... จบแล้วสินะ...."

"......"

"พรุ่งนี้ฉันก็ต้องหันหลังให้นายจริงๆแล้ว"มัลฟอย เงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยืนค้ำอยู่เหนือตน ดวงตาสีซีดคู่นั้นไม่มีแวว นิ่งสนิทราวกับผืนน้ำเบื้องหน้า

"มันจำเป็นใช่มั้ย....นายจำเป็นต้องทำใช่หรือเปล่า..."

"ฉันขัดคำสั่งเขาไม่ได้พอตเตอร์ ฉันทำไม่ได้.."ชายหนุ่มผมบลอนด์อึกอัก"นายก็คงจำเป็นใช่มั้ย .... วีสลีย์นั่นก็มีเหตุผลใช่มั้ย"


.....ไม่ว่าอะไรฉันก็ยอมถ้านายจะต้องไปจริงๆ.......
........ฉันเข้าใจว่านายก็มีเหตุผล .... เด็กสาว..วีสลีย์คนนั้นก็มีเหตุผลใช่หรือเปล่า.......
.......ใช่มั้ยแฮร์รี่.........


"ฉันเข้าใจเดรโกว่านายรู้สึกยังไง แต่เราทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะ....."

"...เราจบกันไปแล้ว..."ชายหนุ่มร่างบางนั่งห่อตัวมากยิ่งขึ้น ค่อยๆไถลตัวลงไปนอนกับพื้นหญ้า เอียงหัวไปอีกข้าง ...เพื่อหลบตา และเพื่อให้หยาดน้ำแห่งความเจ็บปวดและทรมานไหลรินออกไป


...............นายกับฉัน ... เราคือความดีกับความชั่วสินะ......
....แล้วจะแปลกอะไร ถ้านายจะเลือกทางที่ดีกว่า.......
........จะแปลกตรงไหน ถ้านายไม่ได้เลือกฉัน...............


"อย่าหันหลังให้ฉันนะเดรโก ไม่ใช่ตอนนี้"มือหนาๆจับไหล่ของคนที่นอนอยู่ พยายามที่จะเหวี่ยงมัลฟอยให้หันหน้ามาเผชิญกับเขา

"....เราหันหลังให้กันมาตั้งนานแล้วพอตเตอร์....จากนี้และตลอดไปด้วย...."ริมฝีปากบางถูกขบเบาๆเพื่อสะกดอารมณ์"เรื่องง่ายๆก็ยังไม่เข้าใจรึไง"


.........เข้าใจเสียทีพอตเตอร์ ว่าเราหันหลังให้กันมาตั้งนานแล้ว.........
....อาจจะตั้งแต่ที่พวกเราเกิดมาแล้วก็ได้...


"นายก็อยากให้มันจบไปง่ายๆแบบนี้หรอเดรโก...."

"...แบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ นายไปทางของนาย ฉันก็ไปตามทางที่ฉันต้องเดิน...."

"....แล้วทำไมต้องร้องไห้ล่ะ ถ้านายต้องการแบบนั้นจริงๆ หรือเป็นเพราะฉันกับจินนี่?"เมื่อชื่อของคนๆนั้นหลุดออกมา มันก็ไม่มีอะไรต้องอธิบายอีก


.......ในที่สุดนายก็เข้าใจซะที ฉันจะได้ไม่ต้องทนเหนื่อยอีก ไม่ต้องทนเจ็บปวดอีกแล้ว....จะได้ลืมมันไปซะที....

....นายกับฉัน...มันก็เหมือนน้ำกับน้ำมัน......ต่อให้พยายามแทบตายยังไงก็ไม่มีวันที่จะรวมกันได้...
........สุดท้ายก็ต้องเหนื่อยเปล่า เสียแรงและเสียน้ำตาเพื่อพยายามให้เข้ากันได้......
..ฉันหวังนะว่าซักวันเราอาจจะเจอสิ่งที่ผสานกันและกัน สิ่งที่ทำให้เรารวมกันได้......ฉันหวังว่าจะมีวันนั้น แต่ว่าไม่มีเวลาอีกแล้ว......
..............มันถึงเวลาที่น้ำกับน้ำมันต้องแยกกันจริงๆเสียที.......ไม่มีเวลาแล้ว....

"ความสัมพันธ์ของพวกเราคงเหมือนเวลาเขย่าน้ำกับน้ำมันแหล่ะมั้ง มันจะรวมตัวกันอยู่ซักพัก แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีวันจะเป็นเนื้อเดียวกันได้ ... พวกเราคงเป็นแบบนั้นแหล่ะ"

มือเล็กๆเอื้อมมาแกะมือที่กุมบ่าออก ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ปาดน้ำตาออกให้พ้นช้าๆ เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นแสงสีแดงเข้มเรื่อๆแต้มอยู่ตรงเส้นขอบฟ้าระหว่างภูเขา เหมือนกับมีนาฬิกาปลุกดังอยู่ข้างๆกาย สื่อให้รู้ว่า...

"...หมดเวลาแล้ว...."เสียงของคนร่างบางดังขึ้น แสร้งทำเป็นร่าเริงเพื่อไม่ให้แฮร์รี่ต้องกังวลใจอีก"ฉันรักนายนะ..แฮร์รี่....รักมากจนไม่อยากจะปล่อยมือนายไปเลย"


..........นับจากตรงนั้นอีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนั้นพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวง นายก็ยันตัวลุกออกไป.......
.....ทั้งที่ฉันพยายามแล้วที่จะไม่เสียใจอีก แต่ก็อดไม่ได้เลย.... เมื่อเห็นนายเดินจากไป....น้ำตาบ้าๆของฉันมันก็ไหลออกมาอีก......
.......ยิ่งเห็นแผ่นหลังของนาย...เห็นคนที่ยืนรอนายอยู่...ผมสีแดงเพลิงที่ปลิวไสวไปกับสายลมยามเช้า หน้าปราสาท.....
...น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาอีกมากมาย.......ฉันร้องไห้เหมือนคนบ้า.......ร้องไห้จนตาบวม....ทั้งที่นายไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว.........

......สุดท้ายฉันก็ต้องยอมปล่อยนายไป ฉันก็คงต้องเดินไปตามทางของฉันเสียทีใช่มั้ย........แต่ทำไม..ทำไมดูเหมือนว่าฉันเจ็บปวดอยู่คนเดียวล่ะ.....
...ทำไมคนที่ร้องไห้ต้องเป็นฉันอยู่คนเดียว........ทำไมนายถึงไม่เคยบอกรักฉันเลย.....


ร่างบางยันตัวขึ้นอย่างโงนเงน ไม่มั่นคง รอยน้ำตาแห้งกรังอยู่บนใบหน้าที่เคยสดใสและมีชีวิตชีวา แต่เมื่อค้นพบว่าตัวเองไม่มีใครเหลืออีกแล้ว ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกชมว่ามันสวย ก็ไม่สวยอีกต่อไป
ผมบลอนด์ที่บัดนี้กลับสีหม่น และใบหน้าที่ไม่เคยยิ้มอีกเลยเดินผ่านริมทะเลสาบและหายลับสายตาไป...
โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่า ตรงโคนตรงไม้ บริเวณที่หญ้ามีรอยเหมือนคนสองคนเคยนั่งอยู่นั้น มีข้อความขีดเขียนเอาไว้....


'ถึงเราจะเข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับน้ำมัน
แต่หัวใจฉันกับนายจะรวมไว้ด้วยกันเสมอตรงนี้

ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันปี ฉันก็ยังรักนาย....'


"เพราะรักถึงยอมปล่อยไป เพราะรักถึงไม่อยากรั้งไว้ เพราะรังแต่จะทำให้เจ็บปวดด้วยกันทั้งสองฝ่าย..."เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นเงียบๆข้างตัวปราสาท ก่อนจะตัดสินใจเดินต่อไป มีคนคอยดูแลอยู่ข้างกาย โดยที่คนๆนั้นไม่เคยรู้เลยว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่เคยมีใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย....

ปิดเทอมนี่มันไม่มีอะไรให้ทำเลยรึไงวะ น่าเบื่ออ่า.....- -

ทำกราฟฟิกก็ไปไม่รอด ตอนนี้ตั้งใจเปลี่ยนใหม่แล้วว่าจะเรียนศิลป์ ออกแบบโฆษณา สู้ตายเว้ยยยยยย

เตรียมเปลี่ยนธีมด้วย พี่มันบอกว่าธีมเน่าแถมจืดอีกต่างหาก แต่ชอบสีดำนี่หว่า เดี๋ยวก็ขาวดำจริงๆซะเลยดีมั้ย เอาให้มืดตื๋อไปเลย

ใครว่างออกความคิดเห็นทีว่าหน้าตาอย่างเรา ธีมสีอะไรดี .....

แล้วก็พรุ่งนี้ไปดรีมเวิลด์(ไปอีกและ) เดี๋ยวจะขึ้นไวกิ้งปริญญาเอก เล่นทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้น รถเมล์ผีนั่น รอบก่อนทำเอาเกือบอ้วก ไม่ได้เสียวซ่านเล๊ยยยยยยย ให้ตายเถอะ

ร้อนตับแลบเลยเฟ้ยยยยยยยยยยยยยย -_-"

แปะฟิคซิริลูครั้งแรกที่แต่งดีก่า แม่ง แต่ฟิคนี้ไม่ค่อยได้เรื่อง ก็ฟิคสด ก็แค่อยากแต่งเฟ้ยยยยยยยยยยย อย่าเอาอะไรมากเลย

Title: The Mirror [ถ้ากระจกเงาของซีเรียส ไม่ได้อยู่กับแฮร์รี่]
Author : Kyosan
Pairing : SB/RL
Rate : G
Comment : คอมเม้นในเนี้ยแหล่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------

..จะมีกระจกเงาซักบานมั้ยนะ ที่จะสะท้อนความรู้สึกลึกๆในจิตใจคนได้นอกจากเอริเซด..
สะท้อนส่วนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ หรือเจ้าของจิตใจมิปรารถนาจะเปิดเผย
...จะมีหรือเปล่า...


"ซีเรียส นายว่าในโลกนี้มีกระจกเงาที่สะท้อนความรู้สึกมนุษย์มั้ย"เด็กหนุ่มผลน้ำตาลยาวประบ่าเอ่ยถามเพื่อนรักที่เดินอยู่ข้างๆ ซึ่งคำตอบของอีกฝ่ายก็คือใบหน้าฉงน

"เอริเซดไง จะมีกระจกที่ไหนปราดเปรื่องเท่าบานนั้น จริงมั้ย"หนุ่มผมดำอีกคนตอบแทนก่อนจะกระทุ้งคนตัวเล็กข้างๆเพื่อขอเสียงสนับสนุน

"อืมมมม ใส่แล้วเจมส์ ถูกต้อง จริงมั้ยรีมัส ซีเรียส"ชายผู้ที่เพื่อนๆเรียกกันว่าหางหนอนยิ้มเห็นด้วย

"ไม่สิ ฉันหมายถึงกระจกเงาที่นอกเหนือจากเอริเซดต่างหาก"

"ทำไม นายอยากได้หรอรีมัส"หนุ่มผมเข้มข้างๆถาม ใบหน้าที่เจ้าเล่ห์และขี้เล่นตลอดเวลามีแววจริงจังเป็นครั้งแรก

"แค่ถามไปเท่านั้นแหล่ะ ช่างเถอะ"รีมัสหันมาบอก ผมน้ำตาลนุ่มถูกสะบัดไปข้างหลัง ใบหน้าสดใสจ้องมองคนตรงข้ามก่อนจะเร่งฝีเท้ามากขึ้น"วิ่งดีกว่ามั้ยพวกนาย อีก2นาที ไม่ทันศ.บินส์แน่"ว่าแล้วก็วิ่งตรงนำเพื่อนๆไป

"มาเร็ว เขาแหลม หางหนอน เท้าปุย!"ผู้ซึ่งเรียบร้อยที่สุด ไม่น่าจะวิ่งมากที่สุดร้องเรียกเพื่อนๆอยู่ข้างหน้า ก่อนจะหายลับไปเมื่อเลี้ยวมุมตึก


หลังจากวันนั้น ไม่มีใครติดใจสงสัยในคำถามของลูปินอีก นอกจากซีเรียสที่เฝ้าหากระจกบานที่ว่า เขาเชื่อว่าในโลกเวทมนตร์คงจะมีกระจกประเภทนี้มากมายเสียจนเลือกไม่ถูก แต่เขาคิดผิด ซีเรียสเฝ้าหากระจกบานนั้นแต่เขาจะพบ

เพียงคำตอบที่กล่าวถึง เอริเซดบาน เดียวเท่านั้น


"รีมัส..."เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆเรียก สายตาคมเข้มจับจ้องอยู่ที่ห่อผ้าสักหลาดเล็กๆในมือโดยไม่ได้มองอยู่ที่หน้าอีกฝ่าย สร้างความแปลกใจให้กับผู้ถูกเรียกชื่อเมื่อครู่พอสมควร

"มีอะไรหรือเปล่า เรียกแล้วก็นั่งนิ่งซะเอง นายจะเอานี่หรอ"ว่าแล้วก็ยกเรียงความวิชาปรุงยาขึ้นก่อนจะยื่นให้อีกฝ่ายที่เอาแต่ส่ายหัว

"หรือว่ายืมปากกา& quot;สิ้นเสียงก็ล้วงปากกาขนนกอีกอันในกระเป๋าและวางไว้ตรงหน้าของฝั่งตรงข้ามและก้ม
หน้าก้มตาทำการบ้านต่อ ไม่รู้สึกเอะใจแม้แต่น้อย

"รีมัส..."ซีเรียสเรียกอีกครั้ง และสายตาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่ห่อผ้าเช่นเดิม ในที่สุดเขาก็ประสบผลสำเร็จ รีมัส ลูปินเบนความสนใจมายังมือของเขาแล้ว

"อะไรของนาย ใช้วิธีนี้อีกแล้ว"ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อนรักมากขึ้น

"นายยังจำกระจกที่นายพูดถึงเมื่อตอนพวกเราอยู่ปี6ได้มั้ย"

"....."

"ว่าไง"

"อืม แค่แปลกใจเท่านั้นแหล่ะ ไม่คิดว่าคนอย่างนายจะจำได้ด้วย ฮ่ะๆๆๆๆๆ"

"ถ้าไม่ใช่นายพูด ฉันไม่จำให้เปลืองสมองหรอกน่า!"อีกฝ่ายเถียงกลับด้วยใบหน้าที่อมชมพูเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่ถึง10วินาที เขาก็พึ่งรู้ว่าตัวเองพูดอะไรไป"หมายถึงถ้าเป็นเรื่องของพวกเราน่ะ.."

"อืม... แล้วทำไม นายหาเจอหรอ"

"เปล่าหรอก ไม่เจอ แต่ฉันว่าบานนี้ใกล้เคียงนะ"พูดจบ ก็แกะห่อผ้าเล็กๆออก เผยให้เห็น กระจกเงาแผ่นเล็กๆสองแผ่นวางซ้อนกันอยู่

"ใช้ยังไง"คำถามแรกที่มาจากรีมัสหลังจากเห็นกระจกเงาสองแผ่นนี้

"นายถือเอาไว้ แล้วนั่งตรงเก้าอี้ตัวนั้น แล้วนายก็เรียกชื่อฉันผ่านกระจก& quot;สิ้นเสียงก็ยื่นกระจกแผ่นหนึ่งให้อีกฝ่ายซึ่งรับเอาไว้และเดินไปนั่งที่เก้าอี้
หน้าเตาผิง

"ซีเรียส....ซีเรียส แบล็ก"ทันใดนั้น ใบหน้าของเพื่อนรักที่เมื่อครู่นี้นั่งอยู่ข้างๆก็ปรากฏอยู่บนกระจกแทน ใบหน้าที่สาวๆต่างชื่นชอบยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มทะเล้นแบบที่ทำเป็นประจำ

"ไง สะดวกดีใช่มั้ยล่ะ เวลาโตไปแล้วนายจะติดต่อฉันก็แค่ตะโกนชื่อฉันผ่านกระจกของนาย"ซีเรียสเงยหน้ามองรีมัสตรงๆ ก่อนที่พูดต่อ โดยที่ไม่ได้ผ่านกระจกเหมือนเมื่อครู่นี้

"ถึงมันจะไม่เหมือนเอริเซดนะ แต่ต่างกันที่เราจะรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยจริงมั้ย ฉันคงมีความสุขกว่าถ้าได้รู้ความรู้สึกนายมากกว่าความรู้สึกฉันเอง.....จะได้รู้ว่านายสบายดีหรือว่าเจ็บป่วยตรงไหนบ้างไง"ซีเรียสเติมประโยค

ตอนท้ายเพิ่มเข้าไปเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย ไม่ให้รีมัสรู้ว่าเขากำลังแอบซ่อนความรู้สึกอะไรเอาไว้...


*.............................................

รีมัส ลูปินคนปัจจุบันนั่งอยู่ในห้องนอนของเขา บนเตียงเก่าๆที่มีฟูกสีน้ำตาลวางรองไว้ เขาหวนคิดถึงความทรงจำสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์..

......สมัยที่ยังมีซีเรียสยืนอยู่ข้างๆเขาเสมอ......

.....มันเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วนะ ที่ฉันเห็นนายครั้งสุดท้ายที่นั่น.....

ลูปินยิ้มกับตัวเอง มือเรียวยาวของเขาคว้าเอากระจกแผ่นเล็กตรงหัวนอนขึ้นมาส่อง ....มันสะท้อนเป็นหน้าของเขาเอง...ลูปินมองกระจกในมือ ขอบตาของเขาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว

"ซีเรียส... ซีเรียส แบล็ก..."ลูปินเอ่ยอย่างแผ่วเบา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากไอน้ำ ก่อนที่มันจะจางหายไปช้าๆ

"ซีเรียส แบล็ก"ลูปินเรียกอีกครั้ง แต่เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ในสัปดาห์นี้ ในครั้งแรกเขากลัวกับคำตอบที่จะได้รับ จนถึงตอนนี้ความกลัวกลับกลายเป็นความด้านชาไปเสียแล้ว ไม่ว่าเขาจะเรียกด้วยน้ำเสียงแบบใด

...ลูปินเข้าใจอยู่แล้วว่าซีเรียสไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไป....เปลือกตาบางปิดลงอย่างแผ่วเบา ซึ่งเป็นสิ่งที่บีบให้น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลลงมาตามแก้มขาวและหยดลงบนบานกระจกที่สั่นระริกอยู่ในฝ่ามือ

และอีกไม่ช้า น้ำตาหยดอื่นๆก็ตามมาราวกับสายน้ำไหล

....'ฉันคงมีความสุขกว่าถ้าได้รู้ความรู้สึกนายมากกว่าความรู้สึกฉันเอง' .... คำๆนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาราวกับเสียงสะท้อนที่ไม่มีวันรู้จักจบสิ้น

ตั้งแต่วันที่ได้กระจกมาวันแรก ลูปินรู้มาตลอดว่าซีเรียสพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ คำพูดที่ถูกเติมแต่งประโยคต่างๆ ลูปินรู้แต่แรกว่าเป็นแค่คำเติมแต่ง

จริงอย่างที่ซีเรียสบอก...กระจกบานนี้สามารถสะท้อนความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ และลูปินก็รู้มาตลอดอีกเช่นกันว่า...ซีเรียสคิดยังไงกับเขา...

"แต่มันจะสำคัญยังไงถ้าฉันไม่ได้เห็นหน้านายอีกแล้ว ซีเรียส..."

ข้อมือเรียวบางถูกเหวี่ยงไปข้างๆตัวพร้อมกับนิ้วมือที่กางออก......เศษกระจกเงาบานที่เป็นสื่อให้คนสองคนกองอยู่ตรงมุมห้อง เศษเสี้ยวของบานกระจกแผ่นเล็กที่สะท้อนให้ต่างฝ่ายต่างรับรู้ความรู้สึกของกันและกัน


...แต่จะสำคัญอะไรถ้าต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครกล้าเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา...จนบางครั้งทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

โอกาสในชีวิตคนเรามีหลายครั้ง แต่ไม่ได้มีบ่อย จนหลายคนปล่อยให้โอกาสผ่านไปเพราะเขาเอาแต่คิดว่าโอกาสหน้าก็มีอีก เป็นโอกาสที่ดีกว่า และคงจะมาถึงในไม่ช้า
แต่บางที โอกาสอาจไม่มีอีกแล้ว และทุกอย่างก็คงจะสายเกินไป...


The End


edit @ 2006/02/26 14:15:37